June 27, 2021

Yo-Yo Team: 5 สโมสรที่เลื่อนชั้น ตกชั้นบ่อยที่สุดบนเวทีพรีเมียร์ลีก อังกฤษ | TunGame

ทีมที่ เข้าๆออกๆเวทีพรีเมียร์ลีก อังกฤษ มากที่สุด | ทันเกม
2 mins

เป็นที่ทราบกันดีว่าสุดสัปดาห์ที่ผ่านมานอริช ซิติ้ประกาศศักดาเป็นทีมแรกของศึกเดอะ แชมเปี้ยนชิพที่คว้าตั๋วเลื่อนชั้นขึ้นสู่พรีเมียร์ลีกฤดูกาลหน้าได้แบบอัตโนมัติ (ฤดูกาล 2021/2022) โดยถ้าว่ากันตามตรงทีมนกขมิ้นเหลืองอ่อนถือเป็นทีมน้องใหม่ หน้าเก่าที่เหล่าคอบอลอังกฤษส่วนใหญ่รู้จักกันเป็นอย่างดีเพราะนี่ถือเป็นการเลื่อนชั้นกลับมาเล่นบนพรีเมียร์ลีกเป็นครั้งที่ 5 ของสโมสรซึ่งแฟนบอลที่อังกฤษจะเรียกทีมประเภทนี้ว่าเป็น “โยโย่ทีม” ดังนั้นทันเกมอยากจะพาไปทำความรู้จักกับ 5 สโมสรที่มีพฤติกรรมเหมือนกับโยโย่ที่ชอบขึ้นๆลงๆระหว่างการเล่นในพรีเมียร์ลีกกับเดอะ แชมเปี้ยนชิพอังกฤษกัน

1.       เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน (5 ครั้ง)

เลื่อนชั้นในฤดูกาล:  2001/2002, 2003/2004 , 2007/2008, 2009/2010 และ 2019/2020

                       สโมสรจากมิดแลนด์ถือเป็นสโมสรที่ขึ้นลงระหว่างลีกสูงสุดกับลีกพระรองเป็นว่าเล่นในช่วงต้นทศวรรษที่ 2000 หลังจากพวกเขาสามารถเลื่อนชั้นขึ้นสู่พรีเมียร์ลีกได้ถึง 4 ครั้งและตกชั้นจากลีกสูงสุด 3 ครั้งในช่วงระยะเวลาดังกล่าว ซึ่งอันที่จริงสถิติการตกชั้นในช่วงนั้นของเดอะแบ็กกีส์น่าจะเป็น 4 ครั้งด้วยซ้ำแต่พวกเขาสามารถสร้างประวัติศาสตร์ในฤดูกาล 2004/2005 ด้วยการเป็นสโมสรแรกในศึกพรีเมียร์ลีกที่รอดพ้นจากการตกชั้นหลังจากเป็นบ๊วยในช่วงคริสต์มาสด้วยฝีมือการคุมทีมของไบรอัน ร็อบสันอดีตกัปตันมาร์เวลของสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต่อมาหลังจากเลื่อนชั้นกลับมาอีกครั้งในฤดูกาล 2009/2010 พวกเขาก็สามารถอยู่โยงคงกระพันบนลีกสูงสุดได้ถึง 8 ฤดูกาลภายใต้กุนซืออย่างรอย ฮอดจ์สันและ สตีฟ คลาร์กผู้พาสโมสรจบที่ 8 ในฤดูกาล 2012/2013 ซึ่งเป็นอันดับสูงสุดของสโมสรในพรีเมียร์ลีก ปัจจุบันพวกเขากำลังต่อสู้อีกครั้งเพื่อให้อยู่รอดบนเวทีลีกสูงสุดโดยมีแต้มตามห่างโซนปลอดภัย 9 คะแนนหลังลงเล่นไป 31 นัด ดังนั้นเราต้องมาตามดูต่อว่าแซม อัลลาร์ไดซ์กุนซือผู้คร่ำหวอดกับการพาทีมหนีตายจะสามารถสร้างปาฏิหารย์พาเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยนให้หลุดพ้นจากวังวนเดิมๆของสโมสรได้หรือไม่

 

2.       นอริช ซิติ้ (5 ครั้ง)

เลื่อนชั้นในฤดูกาล:  2003/2004, 2010/2011, 2014/2015, 2018/2019 และ 2020/2021

             นกขมิ้นเหลืองอ่อนถือเป็น 1 ใน 22 สโมสรประวัติศาตร์ที่ลงเล่นในศึกพรีเมียร์ลีกฤดูกาลแรก (ฤดูกาล 1992/1993) โดยในฤดูกาลนั้นพวกเขาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมจากผลงานของนักเตะอย่างมาร์ค โรบินส์อดีตกองหน้าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดผู้เซฟตำแหน่งผู้จัดการทีมของเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสันรวมถึงคริส ซัตตันดาวรุ่งผู้เปลี่ยนตำแหน่งการเล่นจากกองหลังมาเป็นกองหน้าซึ่งช่วยให้สโมสรจบอันดับ 3 ของลีก อย่างไรก็ตามผลงานดังกล่าวถือว่าเป็นผลงานที่ดีที่สุดของสโมสรบนเวทีพรีเมียร์ลีกเพราะหลังจากนั้นสิ่งที่พวกเขาทำก็คือการดิ้นรนเอาตัวรอดซึ่งก็ไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าไหร่โดยนอริช ซิติ้ถือเป็นทีมที่ตกชั้นจากพรีเมียร์ลีกมากที่สุดถึง 5 ครั้งด้วยกัน นอกจากนี้การขึ้นมาเล่นบนลีกสูงสุดส่วนใหญ่ของทีมนกขมิ้นเหลืองอ่อนก็จะตกชั้นกลับลงไปทันทีเว้นแต่ในช่วงระหว่างปี 2011-2014 ที่สามารถเอาตัวรอดบนลีกสูงสุดได้ 3 ฤดูกาล ดังนั้นแฟนบอลของสโมสรก็คงได้แต่หวังว่าการกลับมาในรอบนี้ กุนซืออย่างดาเนียล ฟาร์เก้จะสามารถพาสโมสรอยู่ผจญภัยบนพรีเมียร์ลีกได้นานกว่าครั้งที่ผ่านๆมา

 

3.       เลสเตอร์ ซิติ้ (4 ครั้ง)

เลื่อนชั้นในฤดูกาล:  1993/1994, 1995/1996, 2002/2003, 2013/2014

             อันที่จริงอดีตแชมป์พรีเมียร์ลีกที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดในประวัติศาสตร์โลกฟุตบอลสมัยใหม่ก็เคยมีเส้นทางบนลีกสูงสุดที่ไม่ได้งดงามในช่วงก่อนหน้านี้หลังจากทีมสุนัขจิ้งจอกก็เป็นอีก 1 สโมสรที่วนเวียนอยู่ระหว่างพรีเมียร์ลีกกับเดอะแชมเปี้ยนชิพในช่วงระหว่างทศวรรษที่ 90 จนถึงช่วงต้นทศวรรษที่ 2000 นอกจากนี้ก่อนที่สโมสรจะเลื่อนชั้นกลับมาเล่นบนลีกสูงสุดอีกครั้งในฤดูกาล 2013/2014 พวกเขาตกต่ำถึงขั้นร่วงลงไปเล่นในลีกวันในฤดูกาล 2008 /2009 ก่อนที่กลุ่มคิงพาวเวอร์จะเข้ามาเทคโอเวอร์สโมสรในปี 2010 และค่อยๆพาสโมสรกลับมาโลดแล่นบนเวทีพรีเมียร์ลีกอีกครั้งซึ่งพวกเขาก็ได้สร้าง 2 ผลงานชิ้นโบแดงด้วยการอยู่รอดบนลีกสูงสุดในฤดูกาล 2014/2015 โดยการชนะ 7 จาก 9 สุดท้ายของฤดูกาลพุ่งออกจากโซนตกชั้นที่พวกเขาจมปลักมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนจนถึงกลางเดือนเมษายน และต่อเนื่องจนถึงฤดูกาล 2015/2016 ที่พวกเขาสร้างเรื่องราวดั่งเทพนิยายด้วยการคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของเกาะอังกฤษ ซึ่งนับแต่นั้นสโมสรจิ้งจอกสยามก็ไม่ต้องมากังวลเกี่ยวกับการหนีตกชั้นอีกเลย อีกทั้งยังแปลงสภาพกลายเป็นทีมในระดับที่มีลุ้นไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกแล้ว

 

4.       มิดเดิ้ลสโบรช์ (4 ครั้ง)

เลื่อนชั้นในฤดูกาล:  1991/1992, 1994/1995, 1997/1998, 2015/2016

         เดอะ โบโร่เป็นอีก 1 สโมสรที่มีมนต์สเน่ห์และประวัติศาสตร์ที่น่าตื่นเต้นบนเวทีพรีเมียร์ลีกโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ทีมเลื่อนชั้นกลับมาเล่นบนลีกสูงสุดในรอบที่ 2 (เลื่อนชั้นในฤดูกาล 1994/1995) ซึ่งในขณะนั้น ภายใต้การคุมทีมของไบรอัน ร็อบสัน (คนเดิม) มิดเดิ้ลสโบรช์ถือเป็นทีมแรกๆที่นำเข้านักเตะต่างชาติมาเล่นในลีกโดยนักเตะที่อดีตกัปตันทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดดึงมาถือว่าน่าตื่นตาตื่นใจทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็นเพลย์เมกเกอร์ชาวบราซิลเลี่ยนอย่างจูนินโญ เปาลิสต้า, กองหน้าผู้เคยคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนลีกส์อย่างฟาบริซิโอ ราวาเนลลี่ และอีก 1 กองกลางชาวบราซิลอย่างเอเมอร์สัน ถึงแม้ขุมกำลังที่ว่าจะช่วยให้สโมสรเข้าชิงบอลถ้วยในประเทศทั้งลีก คัพและเอฟเอ คัพในฤดูกาล 1996/1997 แต่ฤดูกาลนั้นทีมจากแดนอีสานก็ต้องโบกมือลาลีกสูงสุดไปอยู่ดีซึ่งเป็นการปิดฉากเส้นทางบนพรีเมียร์ลีกในรอบดังกล่าวเพียงแค่ 2 ฤดูกาลเท่านั้น ส่วนฤดูกาลล่าสุดที่มิดเดิ้ลสโบรช์ขึ้นมาเล่นบนพรีเมียร์ลีก พวกเขาก็ไม่สามารถเอาตัวรอดและร่วงกลับไปอยู่เดอะ แชมเปี้ยนชิพเพียง 1 ฤดูกาลให้หลัง ท้ายที่สุดไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามเหล่าคอบอลโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงยุค 90 ก็คงอยากเห็นเดอะ โบโร่กลับมาวาดลวดลายบนเวทีลีกสูงสุดอีกครั้ง

 

5.       ซันเดอร์แลนด์ (4 ครั้ง)

เลื่อนชั้นในฤดูกาล:  1995/1996, 1998/1999, 2004/2005, 2006/2007

             อีก 1 สโมสรจากแดนอีสานมีเรื่องราวทั้งที่น่าจดจำและไม่น่าจดจำในการเล่นบนพรีเมียร์ลีก โดยเรื่องที่น่าจดจำนั้นเกิดขึ้นในการเลื่อนชั้นรอบที่ 2 ของสโมสรซึ่งทีมแมวดำสามารถจบสูงถึงอันดับที่ 7 ในฤดูกาล 1999/ 2000 ทั้งๆที่เพิ่งกลับขึ้นมาเล่นบนลีกสูงสุด นอกจากนี้กองหน้าระดับตำนานของสโมสรอย่างเควิน ฟิลลิปส์ยังสามารถคว้ารางวัลรองเท้าทองคำของทวีปยุโรปในฤดูกาลนั้นไปครองหลังซัลโวไปถึง 30 ประตู ในทางกลับกันเรื่องราวที่แฟนบอลซันเดอร์แลนด์อยากลืมก็คงเป็นการกลับมาบนเวทีลีกสูงสุดในครั้งที่ 3 โดยในฤดูกาล 2005/2006 เดอะ แบล็ค แคทส์ทำสถิติชนะในบ้านเพียงแค่นัดเดียวในลีกและทำแต้มได้น้อยที่สุดในประวัติศาตร์พรีเมียร์ลีกเพียง 15 แต้ม (ก่อนดาร์บี้ เคาน์ตี้จะมาทำลายในฤดูกาล 2007/2008) ซึ่งส่งผลให้ทีมตกชั้นทันทีหลังเพิ่งเลื่อนชั้นกลับมา ในปัจจุบันซันเดอร์แลนด์เล่นอยู่ในลีกวันภายใต้การคุมทีมของกุนซือหนุ่มอย่างลี จอห์นสันและเพิ่งถูกเทคโอเวอร์โดยเศรษฐีวัยรุ่นชาวฝรั่งเศสซึ่งมีอายุเพียงแค่ 23 ปีนามว่าคีริล หลุยส์-เดร์ยฟุส โดยที่น่าสนใจคือคุณพ่อของคีริลก็เคยเป็นเจ้าของทีมฟุตบอลอย่างโอลิมปิก มาร์กเซยมาก่อน ดังนั้นนับจากนี้เส้นทางการกลับมาโลดแล่นบนเวทีพรีเมียร์ลีกของซันเดอร์แลนด์คงเป็นอะไรที่สดใหม่และน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว    

 

         ทั้งหมดนี้ก็เป็นเริ่องราวที่น่าสนใจของทั้ง 5 สโมสรที่วนเวียนไปๆมาๆ กับลีกที่ได้ชื่อว่าดีที่สุดในโลกอย่างพรีเมียร์ลีก


ผลการแข่งขันพรีเมียร์ลีก

Latest posts