June 10, 2021

พรีวิวเกมนัดชิงชนะเลิศ “เอฟเอ คัพ” พร้อมสถิติที่น่าสนใจ

<5 mins

ฟุตบอล “เอฟเอ คัพ” ของประเทศอังกฤษ ได้เดินทางมาถึงรอบชิงชนะเลิศเป็นที่เรียบร้อย โดยนัดชิงในปีนี้จะเป็นการพบกันระหว่างสิงโตน้ำเงินคราม “เชลซี” และทีมจิ้งจอกสยาม “เลสเตอร์ ซิตี้”  ที่สนามเวมบลีย์ ในวันเสาร์ที่ 15 พฤษภาคม 2021 เวลา 23.15 น. (ตามเวลาประเทศไทย)

 

เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนเกม ทันเกม ได้พรีวิวความพร้อมของทั้ง 2 ทีม รวมไปถึงสถิติที่น่าสนใจในช่วงท้าย ให้แฟนบอลได้เตรียมตัวกัน

 

ผู้เล่นบาดเจ็บ

ในภาพรวมความสมบูรณ์ของทีม เชลซี ยังดูมีความพร้อมมากกว่า เลสเตอร์ ซิตี้ อยู่เล็กน้อย โดย โธมัส ทูเคิ่ล กุนซือใหญ่ของเชลซี ยังคงต้องรอเช็คความฟิตของผู้เล่นตัวหลัก 2 รายได้แก่ มัตเตโอ โควาซิช กองกลางชาวโครเอเชีย และ อันเดรียส คริสเตนเซ่น เซนเตอร์แบ็กของทีม ที่มีอาการบาดเจ็บที่เอ็นหลังหัวเข่าทั้งคู่

 

โดยหากทั้ง 2 คนนี้ไม่พร้อมลงเล่น ก็ดูจะไม่กระทบต่อทีมมากนักเพราะ โธมัส ทูเคิ่ล ก็ยังพอมีขุมกำลังที่จะใช้แทนได้ ทั้งในแผงกองกลางที่ยังมี เอ็นโกโล่ ก็องเต้, จอร์จินโญ่, และเมสัน เมาท์ เป็นแกนหลักและมี บิลลี่ กิลมอร์ ดาวรุ่งคุณภาพรอเป็นกำลังเสริม ส่วนแผงหลัง ทูเคิ่ล สามารถใช้งาน เคิร์ต ซูม่า หรืออาจจะขยับ เซซาร์ อัซปิลิเกวต้า เข้ามายืนผนึกกำลังกับ อันโตนิโอ รูดิเกอร์ และธิอาโก้ ซิลวา

 

ทางฝั่งของ เลสเตอร์ ซิตี้ จะหมดสิทธิ์ใช้งานผู้เล่น 2 ตัวหลักได้แก่ ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ ปีกตัวจี๊ด และ เจมส์ จัสติน แบ็กสารพัดประโยชน์ของทีมที่มีอาการบาดเจ็บจนต้องปิดฉากฤดูกาลไปก่อนหน้านี้

 

แต่คนที่แฟนเลสเตอร์ ซิตี้ และ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือของทีมต้องลุ้นหนักคือรายของ จอนนี่ อีแวนส์ หัวใจในเกมรับของทีมที่มีอาการบาดเจ็บก่อนเกมที่เลสเตอร์ ซิตี้ พ่ายต่อ นิวคาสเซิล คาบ้านเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งหาก อีแวนส์ ฟิตไม่ทันวันเสาร์นี้จะส่งผลกระทบต่อแผงหลังของทีมอย่างแน่นอน

ฟอร์มการเล่นของทั้ง 2 ทีม

เชลซี เพิ่งจะสะดุดในเกมล่าสุดที่พ่ายต่อ อาร์เซน่อล คาบ้านไป 1 – 0 เป็นการลดความร้อนแรงของลูกทีมโธมัส ทูเคิ่ล ที่ก่อนหน้านี้น่าจะเป็นทีมที่มีความมั่นใจที่สุดในยุโรปเลยก็ว่าได้ หลังจากที่พวกเขาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม จนสามารถทะลุเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศของศึก ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ได้ในรอบ 9 ปี

 

อย่างไรก็ตาม ระบบการเล่นของ เชลซี ในช่วงหลังนั้นดีขึ้นเรื่อยๆตั้งแต่ โธมัส ทูเคิ่ล เข้ามารับช่วงต่อจาก แฟรงค์ แลมพาร์ด โดยเฉพาะการเล่นเกมรับที่เหนียวแน่นรัดกุม โดยใน 10 เกมหลังสุด เชลซี เสียเพียง 5 ประตูเท่านั้น ทั้งที่ใน 10 เกมนี้ พวกเขาลงเล่นทีมใหญ่อย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2 นัด และ รีล มาดริด 2 นัด

 

ถึงแม้เกมรุกของทีมสิงโตน้ำเงินครามจะไม่ได้ดุดันขนาดนั้น ส่วนนึงเพราะ ติโม แวร์เนอร์ กองหน้าตัวหลักของทีมยังคงหาฟอร์มอันร้อนแรงไม่เจอ แต่อย่างไรก็ตาม ด้วยระบบทีมเวิร์คที่ยอดเยี่ยมของทีม ณ ขณะนี้ ที่ทุกตำแหน่งช่วยกันเล่นอย่างลงตัว ผสานกับเกมรับที่เหนียวแน่น ทำให้ เชลซี กลายเป็นทีมสไตล์เขี้ยวลากดินที่พร้อมจะเฉือนชนะทุกทีมที่เจอ

 

ส่วนทางด้านของ เลสเตอร์ ซิตี้ นั้น พอจะเรียกความมั่นใจกลับมาได้บ้างหลังจากที่บุกไปชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (ชุดสำรอง) เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยก่อนชัยชนะที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด ลูกทีมของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ฟอร์มเป๋ไปดื้อๆใน 2 เกมที่เสมอกับ เซาแธมป์ตัน และเกมที่โดน นิวคาสเซิล ถล่มคาบ้าน เรียกได้ว่า ฟอร์มโดยรวมใน 3 นัดหลังของเลสเตอร์ ซิตี้ ถือว่าไม่สู่ดีนัก

 

สิ่งที่แฟน เลสเตอร์ ซิตี้ ต้องหวังเป็นอย่างแรกคือการกลับมาลงสนามของ จอนนี่ อีแวนส์ เพราะการมีเขาอยู่ในสนามสามารถสร้างความอุ่นใจในเกมรับได้มากทีเดียว ส่วนการทำประตูหากจะหวังพึ่งความร้อนแรงของ เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ เพียงคนเดียวอาจจะไม่เพียงพอต่อการเจาะเกมรับที่เหนียวแน่นของเชลซี เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ต้องหาไม้เด็ดมากกว่านั้นหากหวังจะพังประตูของเชลซี ได้ในเกมนี้

 

โดยภาพรวมแล้ว เชลซี ยังดูเป็นต่อ เลสเตอร์ ซิตี้ อยู่ ทั้งในเรื่องของความสมบูรณ์ของผู้เล่น และผลงานโดยรวมในช่วงหลัง เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ต้องงัดทุกกลเม็ดทั้งในเรื่องของแทคติกและขวัญกำลังใจของนักเตะออกมาให้ได้ หากหวังจะพาทีมคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร

 

สถิติที่น่าสนใจ

การเข้าชิงถ้วย เอฟเอ คัพ ในปีนี้ของ เชลซี ถือเป็นการเข้าชิงครั้งที่ 4 ในรอบ 5 ปีหลังสุดของพวกเขา โดย เชลซี เคยเข้าชิงถ้วย เอฟเอ คัพ ไปแล้วถึง 14 ครั้ง และคว้าแชมป์มาครองได้ถึง 8 ครั้ง ถือเป็นการครองแชมป์ เอฟเอ คัพ มากที่สุดเป็นอันดับที่ 3 รองจาก อาร์เซน่อล 14 ครั้ง และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 12 ครั้ง

 

ครั้งล่าสุดที่ เชลซี สามารถคว้าแชมป์รายการนี้มาครองได้ เกิดขึ้นในปี 2017 ที่ เชลซี ภายใต้การคุมทีมของ อันโตนิโอ คอนเต้ ที่สามารถเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปได้ 1 – 0 จากลูกจุดโทษของ เอแด็น อาซาร์

 

ส่วน เลสเตอร์ ซิตี้ เป็นทีมที่มีโอกาสเข้าชิงเยอะที่สุดที่ไม่เคยคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ ไปครอง พวกเขาเคยเข้าชิงฟุตบอลรายการนี้ไปแล้ว 4 ครั้ง โดยครั้งล่าสุดที่ เลสเตอร์ ซิตี้ สามารถผ่านเข้ามาถึงรอบชิง เอฟเอ คัพ ได้นั้น ต้องย้อนไปถึงฤดูกาล 1968/1969 (52 ปีที่แล้ว) ที่พวกเขาพ่ายต่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในนัดชิงชนะเลิศไป 1-0

 

นั้นหมายความว่าถ้าหาก เลสเตอร์ ซิตี้ สามารถเอาชนะ เชลซี ได้ในวันเสาร์ที่จะถึงนี้ พวกเขาจะคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร ตอกย้ำความรุ่งเรืองของสโมสรในยุคของประธานชาวไทยอย่างคุณ อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา หลังจากที่ตระกูลเจ้า คิง เพาเวอร์ เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ครั้งประวัติศาสตร์ของทีมในปี 2016

ผลการแข่งขันพรีเมียร์ลีก

Latest posts