February 11, 2021

พรีวิว พรีเมียร์ ลีก นัด Boxing day

นัดที่ 15 เตะกันรัวๆแบบไม่มีพัก ถึง 3 นัด ในรอบ 1 อาทิตย์
<2 mins

พรีเมียร์ ลีกกลับมาเตะอีกครั้งหลังจากพักไป 1 อาทิตย์โดยหลังจากนี้แต่ละทีมจะเตะกันรัวๆแบบไม่มีพัก ถึง 3 นัด ในรอบ 1 อาทิตย์ โดยในนัดที่ 15 นี้ มีคู่ที่น่าสนใจ 3 คู่ด้วยกัน โดยทันเกมส์ คัดมา 3 คู่เน้นๆ

คู่แรก เลสเตอร์ ซิตี้ vs แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

คู่เปิดหัวมาก็น่าสนใจมากเป็นการพบกันระหว่าง ที่ 2 และ 3 ของตารางคะแนน โดยหาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สามารถบุกไปชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ จิ้งจอกสยามได้ก็จะขึ้นไปจี้จ่าฝูง หงส์แดง ลิเวอร์พูล เพียง 2 คะแนนเท่านั้นนอกจากนี้จะยังเป็นการขยายสถิติชนะเกมเยือนติดต่อกันสูงสุดของสโมสรเป็น 11 นัดติดต่อกันอีกด้วย

สภาพทีม

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังต้องรอเช็คสภาพฟิตของ “สก็อตตี้นัลดิญโย่” สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ที่ บรูโน่ เฟอร์นานเดสประทานฉายาให้หลังโชว์ฟอร์มเทพ ได้ แมน ออฟ เดอะ แมตท์ ในนัดที่ชนะ ลีดส์ ยูไนเต็ด  6-2 และต้องรอเช็คฟิต อารอน วาน บิสซากานอกนั้นเป็นพวกหน้าเดิม อย่าง ฟิล โจนส์ มาร์กอส โรโฮ ส่วนฝั่ง เลสเตอร์ ซิตี้ น่าจะได้เจมี่ วาร์ดี้ กลับมาอีกครั้ง หลังจาก  เบรนแดน ร็อดเจอร์ส บอกว่าเขาน่าจะกลับมาอีกครั้งในวันเสาร์นี้ ส่วนชากลาร์ โซยุนชู น่าจะต้องรอไปนัดเจอ คริสตัล พาเลส

ฟอร์มล่าสุดปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่แพ้ใครในเกมลีกมาแล้ว 7 นัดติดต่อกันทำให้อันดับพรวดขึ้นมาจากโซนกลางตารางมาอยู่ที่ 3 ได้แบบงงๆจนแฟน หงส์แดง  ลิเวอร์พูล เริ่มอยากปะทะโดยสาเหตุมาจากสถิติเกมเยือนสุดโหดของผีแดง แมนเชสเตอร์ ที่สวนทางกับเกมในบ้านที่ยังเป็นรีสอร์ทแอนด์สปาโดย โอเล่ พาทีมเก็บชัดรวดในเกมเยือนได้ตั้งแต่เริ่มฤดูกาลขณะที่ เลสเตอร์ ซิตี้ ฟอร์มเริ่มกลับมาอีกครั้งหลังจากชนะ 4 จาก  5 นัดหลังสุดโดยยังสามารถชนะทีมที่ดีที่สุดในลีกอย่าง สเปอร์ ได้แบบคลีนๆ 2-0 เมื่ออาทิตย์ก่อนทำให้ เลสเตอร์ ซิตี้ ก็ตั้งเป้าจะเก็บชัยเพื่อบี้ ลิเวอร์พูล เหลือ 1 แต้ม

Boxingday …หญ้าสีเขียว กล่องของขวัญสีแดง…

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นทีมที่เก็บแต้มในวัดแกะกล่องได้มากที่สุด โดยมีสถิติชนะสูงถึง 81%  จาก 26 นัด ที่แข่งในวันที่ 26 ธันวาคม ผีแดง เก็บไป 21 นัด สถิติเจอกันกับ เลสเตอร์ ซิตี้ นั้นผีแดง ข่มชัดเจน ชนะไป 19 จากการเจอกัน 28 ครั้ง โดยเจอกันล่าสุดคือนัดสุดท้ายฤดูกาลที่แล้ว ที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกไปชนะ 2-0 จากช็อตเด็ดการดักบอลยิงของ มหาเทพเจสซี่ ลินการ์ดที่ยิงลูกสุดท้ายทำให้แฟนบอลที่แทงว่าเขาจะไม่ยิงทั้งฤดูกาลถึงกับร้องไห้เลยทีเดียว

คู่ต่อมาน่าสนใจไม่แพ้กันเป็นคู่แรก ลอนดอน ดาร์บี้ แมตท์ อาร์เซน่อล vs เชลซี

ความน่าสนใจของเกมไม่ใช่ตารางคะแนนแต่เป็นสถานการณ์ของโค้ช มิเกล อาร์เตต้า ที่รอวันโดนปลด สถานการณ์ของไอ้ปืนใหญ่ อาร์เซน่อล มี 14 แต้มจาก 14 นัด แย่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 75 สถานการณ์ย่ำแย่จน บิ๊กแซม ผู้เชี่ยวชาญภารกิจการอยู่รอด บอกว่า อาร์เซน่อล คือ คู่แข่งของเขา โดยตั้งแต่ อาร์เซน่อล บุกไปชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อาร์เซน่อลยังไม่สามารถเก็บชัยชนะได้ แพ้ไป 5 จาก 7 เกมโดยปัญหาอยู่ที่เกมรุกที่ฝืดสนิทยิงได้ 12 ประตูเท่านั้น

ขณะที่ เชลซี กลับมาชนะได้อีกครั้งหลังจากแพ้ติดกัน 2 เกม อยู่อันดับที่ 5 โดยโปรแกรม บ็อกซิ่งเดย์ ของ เชลซี โหดใช้ได้ เริ่มจากนัดนี้ที่เยือน อาร์เซน่อล ต่อด้วยเปิดบ้านพบกับ แอสตัน วิลล่า ที่เน้นบุกตบทีมใหญ่ และเปิดบ้านพบกับ แมนซิตี้ซึ่งหากเชลซีทำแต้มหล่นมีสิทธิ์ทำให้ทีมตกไปกลางตารางได้เหมือนกันเนื่องจากคะแนนแถวนี้เบียดกันมาก

สภาพทีม

อาร์เซนอล ยังต้องรอเช็คฟิต กัปตันทีม  ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง ที่หายไป 2 นัดหลังสุด แม้โอบา จะฝืดสุดๆในปีนี้แต่ถ้าได้เขากลับมาก็ดีกว่าไม่มี ส่วน ปาร์เตย์ และมาติเนลลี่ ยังไม่พร้อมแน่นอนส่วน กรานิต ซาก้า ยังติดโทษแบน

เชลซีน่าจะพลาดใช้งาน แบคทั้ง 2 ฝั่ง ที่ฟอร์มดีทั้งคู่ อย่าง เบน ชิลเวลล์ที่มีปัญหาข้อเท้า และ รีส เจมส์ เจ็บเข่า แต่อาจจะได้ ฮาคีม ซิเยค ที่น่าจะฟิตกลับมาทัน

สถิติ

เชลซี ยุคใหม่ข่มค่อนข้างมาก โดยแพ้ อาร์เซน่อล เพียง 2 จาก 17 เกมในลีกหลังสุด

ส่วน อาร์เซน่อล ไม่แพ้ใครใน บ็อกซิ่งเดย์มาแล้ว 12 ปีติด

คู่ปิดท้าย ลิเวอร์พูล vs เวสต์ บรอมวิช อัลเบียน

คู่นี้น่าจะเป็นเกมที่ดูเอามันส์ของแฟนหงส์และไม่ว่าจะจบอย่างไร ลิเวอร์พูล จะจบปีปฏิทินด้วนอันดับ จ่าฝูง เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน

สภาพทีม

สภาพทีเริ่มดูดีขึ้น หลัง เจอร์เกน คล็อปป์ จะได้ เจมส์ มิลเนอร์ และ ชากิรี่กลับมาในทีมอีกครั้ง ติอาโก้ อัลกันตาร่า ใกล้หายแล้วแต่ยังไม่ฟิตสำหรับเกมส์นี้ส่วน เวสต์ บรอมวิช อัลเบี้ยน ก็จะได้ คีย์แมนกลับมาเช่นกัน นั่นคือ เจคลิเวอร์มอร์และ มาเทียส เปเรร่า ที่พ้นติดโทษแบน 2 นัดทั้งคู่

สถิติ

ลิเวอร์พูลไม่แพ้ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน เลยตลอด 10 นัดหลังสุด แต่เสมอไปถึง 6 นัดอย่างไรก็ตาม ลิเวอร์พูลในยุคของเจอร์เกน คล็อปป์ ชอบถล่มทีมน้องใหม่ โดยยิงไปถึง 41 ประตูจาก 14นัด

เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน แพ้ทีมใหญ่ประจำ โดยแพ้ทีมใหญ่ๆไป 29 จาก 34 เกม โดยเฉพาะเจอทีมจ่าฝูงชนะเพียง 1 นัดเท่านั้นโดยเป็นการชนะ เชลซี ในปี 2015

นี่จะเป็นการกลับมาของ แซม อัลลาไดซ์ โดยอัลลาไดซ์ เจอลิเวอร์พูลมาแล้ว 30 นัด ชนะไป 6 เสมอ 8 โดยบิ๊กแซมนี่แหละ คือคนสุดท้ายที่พาทีมไปชนะที่แอนฟิลได้ในเกมลีกตั้งแต่ปี 2017

 

ครับ นี่เป็นเกมส์ที่ทันเกมคัดมา Merry Christmas ทุกๆคน!!

ผลการแข่งขันพรีเมียร์ลีก

Latest posts