February 11, 2021

บทสรุป หลังเกมส์ Spur vs Arsenal

นอร์ท ลอนดอน ดาร์บี้แมตท์ ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ 2-0 อาร์เซน่อล
2 min

จบไปแล้วนะครับ สำหรับ คู่ นอร์ท ลอนดอน ดาร์บี้แมตท์ โดยชัยชนะตกเป็นของท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ 2-0 ถือว่าเป็นการ Welcome back แฟนบอล 2,000 คนอย่างสวยงามด้วยการชนะคู่รักคู่แค้นและแบบ Outclass ไร้รอยขีดข่วนเสียด้วย โดยทันเกม ขอย้อนกลับไปสรุปหลังเกม 7 ข้อแบบแน่นๆ ครับ

1. แผนการเล่น

แผนการเล่นของทั้ง 2 ทีม โดยสเปอร์ มาในแผนเก่ง 4-2-3-1 โดยได้แฮร์รี่ เคน ที่ก่อนเกมมีอาการบาดเจ็บเล็กน้อยกลับมา ส่วนกองกลางปรับ โจวานี่ โล เซลโซ่แทน ต็องกี เอ็นดอมเบเล่ ที่กำลังเล่นได้ดี แต่ไม่มีชื่อเนื่องจากอาการบาดเจ็บ ขณะที่อาร์เซน่อลปรับมาใช้แผน 3-4-3 ตามสูตรเพื่อเล่นเกมรับและเน้นการครองบอล โดยกองกลางได้ โธมัส ปาร์เตย์ กลับมาทันเวลาพอดี โดยย้อนไปเมื่อฤดูกาลที่แล้วที่ทั้งสองทีมเจอกันล่าสุดเมื่อเดือนกรกฎาคม กุนซือทั้ง 2 ฝ่ายก็ใช้แผนนี้แหละเข้าสู้กัน คราวนั้นเจอกันที่บ้านของสเปอร์ ชัยชนะตกเป็นของสเปอร์ด้วยสกอร์ 2-1 คราวนี้ มิเกล อาร์เตต้าหวังอยากแก้มือโดยมาแผนเดิมที่แพ้คราวนั้นเนี่ยแหละ

2. อาร์เซน่อล เริ่มสวย

รูปเกม 10 นาทีแรก อาร์เซน่อล ดูดุดันกว่าและครองบอลได้เป็นส่วนใหญ่ ส่วนสเปอร์ต้องเป็นฝ่ายเล่นเกมรับอยู่หน้ากรอบเขตโทษตัวเองเป็นส่วนใหญ่ โดยหวังรับและสวนกลับที่ข้างหน้ามีตัวจี้ดอย่าง ซอน  และ เบิร์กไวน์ เตรียมวิ่ง  ส่วนเคน ดรอปต่ำเพื่อเก็บบอลและออกบอล ซึ่งดูแล้ว มูรินโญ่หวัง สูตร เคนส่ง ซอนยิง ที่ปีนี้ใช้เล่นงานทีมใหญ่มานับไม่ถ้วน

ไม่ทันขาดคำ อาร์เซน่อลเผลอนิดเดียว โอกาสครั้งแรกของสเปอร์ก็ได้ประตูเลย และเป็นสูตร เคนส่ง ซอนยิง อีกแล้ว โดยเป็นเคนเก็บบอลได้ตรงกลางและจ่ายออกข้างแบบรวดเร็วให้ซอนทางซ้าย และซอนเลี้ยงตัดเข้ากลางและปั่นโค้งๆอย่างสุดสวยเข้าไป โดยฤดูกาลนี้เคนเป็นนักปั้นมือทองส่งให้ ซอนยิงไปแล้ว 8 ประตูและเป็นแอสซิสต์ที่ 10 จาก 11 เกมส์หลังสุด

3. เข้าทางสเปอร์....

หลังจากสเปอร์ขึ้นนำแล้ว รูปเกมก็ตามคาด อาร์เซน่อล เป็นฝ่ายครองบอลเป็นส่วนใหญ่ โดยมีเปอร์เซ็นการครองบอลถึง 62% ในครึ่งแรก แต่ก็คงเป็นเพราะสเปอร์ที่ปล่อยให้อาเซน่อลครองบอลในแดนตัวเองไป โดยคอยปิดพื้นที่หน้ากรอบเขตโทษไม่ให้อาร์เซน่อลมีโอกาสได้จบจริงจัง โดยสถิติในครึ่งแรก อาร์เซน่อล มีโอกาส 4 ครั้งยิงไม่ตรงกรอบเลย  เกมดำเนินไปอย่างสนุกและก็เป็นสเปอร์ที่ได้ประตูที่ 2 ก่อนจบครึ่งแรก โดยเป็นจังหวะโต้กลับ 4 ต่อ 2 จะเห็นได้ว่าจังหวะนี้อาเซน่อลโชคร้ายนิดๆ เนื่องจากโธมัส ปาร์เตย์ กำลังคุยกับอาร์เตต้าเพื่อรอเปลี่ยนตัวข้างสนาม และก็เป็นการคอมโบกันอีกแล้ว แต่คราวนี้เป็น ซนตบ เคนซัด ที่ยิงแบบเหมือนโกรธใครมา นับเป็นการคอมโบกันลูกที่ 11 ในฤดูกาลนี้และรวม  31 ลูก ตามหลังคู่แลมพาร์ด-ดรอกบ้า อยู่ 5 ลูก โดยก่อนหน้านี้แลมพาร์ด เพิ่งออกมาให้สัมภาษณ์ว่า คู่หู เคน-ป๊อป แซงคู่แลมพาร์ด-ดรอกบ้า ได้อย่างชิวๆแน่นอน

4. ครึ่งหลัง อาร์เซน่อล เล่นดีขึ้น แต่เจอบัส

ครึ่งหลัง อาร์เซน่อล อาร์เตต้าแก้เกม กำชับลูกทีมให้ส่งบอลกันเร็วกันมากขึ้นและเน้นการเปิดจากด้านข้าง และก็เริ่มเห็นผลโดยมีโอกาสจบมากขึ้นจากโอบากับลากาแซตต์ได้หวาดเสียวบ้างแต่ไปในเชิงไม่ได้ลุ้นมากกว่า ส่วนสเปอร์เล่นเหมือนเดิม ปล่อยให้อาร์เซน่อลครองบอลไป โดยสเปอร์พยายามรักษาสกอร์และอาศัยจังหวะโต้กลับ จะเห็นได้ว่า มูรินโญ่ค่อนข้างมั่นใจว่าเกมรับของเค้าเอาอยู่ เนื่องจากสถิติฟ้องว่าปืนใหญ่ฝืดสุดๆ โดยอาร์เซน่อลยิงได้แค่ 2 ประตูจาก 7 เกมส์ลีกล่าสุด

5. มูรินโญ่โชว์ความเขี้ยว จัดรถบัสเสริมด้วยตู้คอนเทนเนอร์

หลังจากลูกทีมโดนอาร์เซน่อลกดตลอดครึ่งหลังและเสียเปรียบด้านข้างอย่างเห็นได้ชัด ช่วง 20 นาทีสุดท้าย มูส่ง เบน เดวี่ส์ และโจ โรดอน 2 กองหลังลงมาแทน 2กองกลางตัวรุกอย่าง โล เซนโซ่และ ซอน โดยเปลี่ยนแผนมาเล่น 5-3-2 และบางช่วง 6-3-1 ด้วยซ้ำ เพื่อปิดเกมด้านข้างของอาร์เซน่อลที่ได้ครอสอย่างเมามันในครึ่งหลังทั้งซ้ายทีขวาทีรวมทั้งเกมครอสไปกว่า 44 ครั้ง จน ฮุโก้ ยอริส ต้องกระโดดจนเมื่อย แต่ก็ไม่มีจังหวะให้โชว์บินซุปเปอร์เซพใดๆ จบเกม สเปอร์ปิดประตูชนะตั้งแต่ครึ่งแรกเลยก็ว่าได้  

6. แมน ออฟ เดอะ แมตท์: ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบิร์ก

สกาย สปอร์ตให้คะแนน ฮอยเบิร์ก ถึง 9 คะแนน เท่ากับ แฮร์รี่ เคน ซึ่งก็ผลงานประจักษ์ชัดเจนจากการที่ ฮอยเบิร์ก เป็นเดอะแบกทั้งเกมรุกเกมรับ คอยปิดพื้นที่ต่างๆทั่วสนาม เกมรับช่วงที่อาร์เซน่อลเน้นขึ้นด้านข้าง ฮอยเบิร์กก็คอยไปซ้อนช่องว่างระหว่างฟูลแบคและเซ็นเตอร์เพื่อปิดการ overload ด้านข้างของอาร์เซน่อล เกมรุกก็มีจังหวะเติมเรื่อยๆ มีจังหวะยิงให้เลโน่ต้องเซพ การจ่ายบอลเข้าเป้า 79.5% มากสุดในทีม สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั้งทีมทีมีความแม่นยำเพียง 67.4% เท่านั้น

7. สเปอร์ ลุ้นแชมป์เต็มตัว?

อาจจะเร็วไป หากดูที่ตารางคะแนนที่ติดกันเป็นพรืดที่อันดับ 1-6 คะแนนห่างกันแค่ 3คะแนนเท่านั้น หากทีมอันดับ 5 อย่างแมนซิฯและแมนยูฯเก็บนัดตกค้างได้  แต่อดคิดไม่ได้ว่าสเปอร์ได้ก้าวมาเป็นทีมลุ้นแชมป์แล้ว โดยตอนนี้ผ่านไป 11 นัด สเปอร์นำจ่าฝูงร่วมกับหงส์แดง ลิเวอร์พูลที่ 24 คะแนน โดยในอดีตแต่ละครั้งที่ทีมของมูรินโญ่ได้ลุ้นแชมป์ มักจะมีจุดเด่นร่วมกัน คือ เกมรับนั่นเอง ในยุคเชลซีแรกของเขา มีเกมรับสุดโหดที่เสียประตูเพียง 15 ลูกในปีฤดูกาล 2004-2005 ส่วนในยุคเชลซีภาค 2 ในฤดูกาลปี 2014-2015 เสียไป 32 ประตูน้อยสุดในลีค และตอนนี้เป็นทีมเดียวที่เสียประตูเพียงเลขหลักเดียวเมื่อผ่านไป 11 นัด คือ 9 ลูกเท่านั้น

ข้อสังเกตุอีกอย่างคือ เกมรุก ที่มูมักจะมีนักเตะคู่หูดูโอ้ ในปีที่เป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก ปีฤดูกาล 2004-2005 ดรอกบ้า-แลมพาร์ดซัดรวมกัน 23 ลูก ปีฤดูกาล 2005-2006 ดรอกบ้า-แลมพาร์ดยิงรวมกัน 28 ประตู  และปีฤดูกาล 2014-2015 มีดิเอโก้ คอสต้า ซัดไป 20 ประตูและ เชส ฟาเบรกัส มีแอสซิสต์ 18 ลูก ส่วนปีนี้คู่หู เคน-ป๊อป คอมโบ้กันไป 11 ครั้งแล้วเมื่อผ่านไปเพียง 11 นัด โดยหลังเกม เคนให้สัมภาษณ์หลังเกมกับสกายสปอร์ตว่า ตัวเค้าเองและซอนต่างอยู่ในช่วงพีคสุดๆในอาชีพแล้ว พวกเค้าทั้งคู่ต่างเข้าใจในเกมส์ฟุตบอลสุดๆและนั่นส่งผลต่อการเล่นของทั้งคู่มากๆ

ขณะที่ สถิติ H2H กับทีมใหญ่ หากนับทีม Top 6 สเปอร์เจอไปแล้ว 4 นัด ยังไม่แพ้ใครแถมเก็บชัยไป 3 นัด โดยในวันที่ 17 ธันวาคม จะได้เปิดศึกกับ หงส์แดง ลิเวอร์พูล ซึ่งอาจจะเป็นนัดที่พอจะบอกอะไรกับเราได้บ้างในฤดูกาลนี้

ปีนี้เป็นปีที่พรีเมียร์มีโปรแกรมการเตะถือว่าโหดมาก ไม่นับรวมโปรแกรมยุโรป แถมแต่ละทีมเปลี่ยนตัวได้แค่ 3 ตัว ซึ่งมีผลต่อสภาพความฟิตนักเตะมากๆ โดยในเดือน ธันวาคม จะมีเกมลีกถึง 6 นัด ทีมที่มี squad depth ที่ลึกจะได้เปรียบมาก ซึ่งเมื่อเหลือบไปดูตัวสำรองของสเปอร์ปีนี้ถือว่าปึ้กมากๆ เมื่อเทียบกับทีมคู่แข่ง โดยเมื่อคืนที่ม้านั่งสำรองมีตัวอย่าง แกเร็ธ เบล แฮรี่ วิ้ง ลูคัส มูร่า เบน เดวี่ส์ วินิซิอุส โจ ฮาร์ท เมื่อเทียบกับอย่างหงส์แดง ทีมแชมป์เก่าที่มีสภาพทีมค่อนพิการ หรือ แมนซิตี้ที่นักเตะผลัดกันเจ็บ หรือแม้แต่ทีมที่ลุ้น Top4 อย่าง แมนยู หากขาด บรูโน่ไป 1 คนก็ดูไม่จืด  โดยโปรแกรมสเปอร์อีก 2 นัดต่อไป ถือว่าไม่ง่าย ต้องไปเยือน พาเลซ ลิเวอร์พูล ที่กำลังเข้าฝักทั้งคู่

ส่วนปืนใหญ่ อาร์เซน่อล เมื่อถามแฟนบอลหลายๆคนก็ได้แต่ส่ายหน้าไม่อยากดูแล้ว ทั้งสไตล์การเล่นและผลการแข่งขันไม่เป็นใจเสียเลย อย่างไรก็ตาม โปรแกรมนัดต่อไปถือว่าไม่ยาก จะเปิดบ้านเจอเบิร์นลี่ เพื่อเรียกความมั่นใจกลับมาให้ได้


ผลการแข่งขันพรีเมียร์ลีก

Latest posts