July 9, 2021

แดน แอชเวิร์ธ : ผู้วางรากฐาน “DNA ทีมชาติอังกฤษ” สู่ความสำเร็จ | TunGame

ผู้ปลุกวิญญาณและลากฐานระบบทีมชาติอังกฤษ | ทันเกม
3 mins

แดน แอชเวิร์ธ : ผู้วางรากฐาน“DNA ทีมชาติอังกฤษ” สู่ความสำเร็จ

 

ทีมชาติอังกฤษ สามารถผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศของฟุตบอลยูโร 2020 ได้สำเร็จถือเป็นการผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศฟุตบอลเมเจอร์ ทัวร์นาเมนต์ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 55 ปี และเป็นการผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศของรายการเมเจอร์ทัวร์นาเมนต์ ได้เป็นรายการที่ 2 ติดต่อกัน (ฟุตบอลโลก 2018, ยูโร 2020)

 

โดยระยะเวลากว่า 50 ปีตั้งแต่ที่ ทีมชาติอังกฤษ คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกได้ในปี 1966 จนถึงฟุตบอลยูโร2016 “ทีมสิงโตคำราม” ไม่สามารถเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศฟุตบอลเมเจอร์ ทัวร์นาเมนต์ (ฟุตบอลโลก และ ยูโร) ได้แม้แต่ครั้งเดียว และสามารถผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศของเมเจอร์ทัวร์นาเมนต์ ได้เพียง 3 ครั้ง ใน ยูโร 1968, ฟุตบอลโลก 1990, และ ยูโร 1996

 

การที่ ทีมชาติอังกฤษ สามารถกลับมามีบทบาทสำคัญอีกครั้งในเวทีฟุตบอลระดับทีมชาติไม่ใช่เรื่องบังเอิญแต่เกิดจากการให้วางรากฐาน “DNA ทีมชาติอังกฤษ” โดยชายที่ชื่อว่า “แดนแอชเวิร์ธ”

 

“แดน แอชเวิร์ธ”และจุดเริ่มต้นในปี 2012

 

แดน แอชเวิร์ธ ถูกแต่งตั้งให้รับตำแหน่ง“ผู้อำนวยการเทคนิค” ของสมาคมฟุตบอลแห่งชาติอังกฤษ หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อของ TheFA ในปี 2012

 

ภารกิจสูงสุดของ แดน แอชเวิร์ธ กับตำแหน่งผู้อำนวยการเทคนิคคือการทำให้ ทีมชาติอังกฤษกลับมามีบทบาทและสามารถเชิดหน้าชูตาได้ในเวทีระดับทีมชาติอีกครั้ง ผ่านการบริหารจัดการและพัฒนาฟุตบอลในระดับเยาวชนของทั้งประเทศขึ้นไปทั้งระบบ

ตอนที่ แดน แอชเวิร์ธเข้ามารับตำแหน่งผู้อำนวยการเทคนิคของฟุตบอลอังกฤษเขาไม่เคยมีประสบการณ์การเล่นหรือการทำงานบริหารในระดับฟุตบอลทีมชาติมาก่อนเขาและทีมงานจึงทำการศึกษา 10 ประเทศผู้ยิ่งใหญ่ในวงการฟุตบอลเช่นบราซิล, เยอรมัน, สเปน ว่าอะไรเป็นสิ่งที่ทำให้ทีมชาติของประเทศเหล่านี้ประสบความสำเร็จในฟุตบอลระดับทีมชาติ

 

สิ่งที่ แอชเวิร์ธได้เรียนรู้จากประเทศเหล่านี้คือพวกเขามีบทบาทและประสบความสำเร็จในฟุตบอลทีมชาติระดับเยาวชนอย่างต่อเนื่องทั้งในการแข่งขันฟุตบอลเยาวชนระดับทวีปและระดับโลก และสิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือการที่ประเทศเหล่านี้เล่นใน“แนวทาง”ของตัวเองตั้งแต่ในระดับเยาวชนจนถึงทีมชาติชุดใหญ่

 

นั้นจึงทำให้ แดน แอชเวิร์ธ ริเริ่มที่จะร่างบัญญัติ “DNA ทีมชาติอังกฤษ” ขึ้นมาเพื่อเป็นแนวทางและตัวตนใหม่สำหรับนักฟุตบอลทุกคนที่จะก้าวขึ้นมาติดทีมชาติเพื่อพาทีมชาติอังกฤษ ให้ประสบความสำเร็จในอนาคต

“DNA ทีมชาติอังกฤษ”

 

DNA ทีมชาติอังกฤษ ที่ แดน แอชเวิร์ธ สร้างขึ้น ไม่ได้ระบุเพียงว่านักฟุตบอลทีมชาติอังกฤษควรเล่นฟุตบอลสไตล์ไหนอย่างไรแต่มันรวมไปถึง ทัศนคติ ที่นักเตะอังกฤษทุกคนพึงมีเมื่อได้รับเกียรติในการสวมเสื้อทีมชาติอังกฤษ

 

แดน แอชเวิร์ธ ไม่ได้มองว่า “ทักษะ”เป็นปัญหาของนักเตะทีมชาติอังกฤษ เพราะวงการฟุตบอลอังกฤษได้ผลิตนักฟุตบอลชั้นยอดออกมาตลอดเวลาอยู่แล้วแต่สิ่งที่ต้องการสร้างขึ้นมาใหม่คือ “ความเข้าใจเกม” และวิธีการเล่นฟุตบอลในสถานการณ์ต่างๆหรืออาจเรียกง่ายๆว่า “การเล่นฟุตบอลอย่างชาญฉลาด”

 

ใน DNA ทีมชาติอังกฤษ ของ แดน แอชเวิร์ธนักฟุตบอลที่จะเล่นให้ทีมชาติอังกฤษทุกคนในทุกตำแหน่งจะต้องเล่นฟุตบอลอย่างชาญฉลาด นั้นคือการรู้ว่าสถานการณ์ไหนควรทำอะไรและทำอย่างไร ไล่ตั้งแต่ การครองบอล, การเล่นเกมรับ, การเข้าทำประตู, การบีบเพรซซิ่งเพื่อแย่งบอลกลับมาครอง,การเปลี่ยนจังหวะจากรุกเป็นรับและรับเป็นรุก  เหล่านี้คือสิ่งที่ แอน แอชเวิร์ธต้องการปลูกฝังให้กับนักเตะทีมชาติอังกฤษ ตั้งแต่ระดับเยาวชน

ความเข้าใจเกมเหล่านี้ทำให้นักเตะทีมชาติอังกฤษมีความยืดหยุ่นสูงต่อแผนการเล่นที่หลากหลายไม่ยึดติดกับการที่ว่าฟุตบอลอังกฤษจะเล่นในระบบ 4-3-3 หรือ 4-4-2 หรือ 3-5-2 เพราะหากนักฟุตบอลมีความเข้าใจในเกมอย่างแท้จริงพวกเขาจะสามารถเล่นฟุตบอลได้ในทุกระบบและจะเป็นการง่ายต่อโค้ชที่จะเลือกแผนที่เหมาะสมกับนักเตะที่มีและแผนที่เหมาะสมในการเอาชนะคู่แข่งแต่ละทีมที่ต่างกันออกไป

 

โดยสิ่งเหล่านี้ได้ถูกแสดงให้เห็นแล้วใน ยูโร 2020 ที่ แกเร็ธ เซาธ์เกตกุนซือของทีมสิงโตคำรามนั้นใช้มีแผนการเล่นที่ต่างกันออกไปในการเอาชนะคู่แข่งในแต่ละเกม เช่นการใช้แผน 3-4-3ในเกมที่เอาชนะทีมชาติเยอรมัน และใช้ระบบ 4-2-3-1 ในการเอาชนะเกมอื่นๆ

นอกจากเรื่องวิธีการเล่นแล้ว สิ่งสำคัญที่ถูกระบุไว้ใน DNA ทีมชาติอังกฤษ คือ “ตัวตน” ของนักฟุตบอลอังกฤษ

 

นักเตะทุกคนที่เข้ามารับใช้ทีมชาติอังกฤษตั้งแต่ระดับเยาวชนจนถึงทีมชาติชุดใหญ่ จะถูกปลูกฝังถึงประวัติศาสตร์อันภาคภูมิและคุณค่าของการเป็นนักเตะทีมชาติอังกฤษ ว่ามันสำคัญเพียงใด ทำให้เกิดเป็น “ทัศนคติ”ให้นักฟุตบอลทีมชาติอังกฤษทุกคนทุ่มเทและรวมใจเป็นหนึ่งเพื่อจะเอาชนะคู่แข่งในทุกๆเกมที่ลงเล่นให้กับทีมชาติ

 

การสร้าง DNA ใหม่ของทีมชาติอังกฤษจะไม่มีวันประสบความสำเร็จได้ หากจะรอมาปลูกฝังนักเตะแค่ในช่วงเวลาที่เก็บตัวทีมชาติเพราะทั้งนักเตะเยาวชนและนักเตะอาชีพ ต่างใช้เวลาส่วนใหญ่กับสโมสร แดน แอชเวิร์ธจึงต้องสื่อสารเรื่อง DNA ทีมชาติอังกฤษไปยังทุกอคาเดมี่ของทุกสโมสรเพื่อให้เกิดภาพและเป้าหมายเดียวกันจึงเป็นเรื่องสำคัญและท้าทายต่อ แอชเวิร์ธไม่น้อย แต่ด้วยความมุ่งมั่นและชัดเจนในแผนงานและเป้าหมายทำให้ท้ายที่สุดสโมสรต่างๆก็ร่วมมือกับเขาในการทำการปลูกฝัง DNA ทีมชาติอังกฤษให้เกิดขึ้นจริง

 

2017 – 2021 ผลผลิตออกดอกออกผล

 

หลังจากความพยายามในแผนการของ แดน แอชเวิร์ธและทีมงานตั้งแต่ปี 2012 ในที่สุดผลผลิตก็เริ่มออกดอกออกผลให้เห็นในปี2017 เมื่อทีมชาติอังกฤษ ครองความเป็นเจ้าฟุตบอลเยาวชนได้เกือบทั้งหมดโดยผลงานของเยาวชนสิงโตคำรามในปีนั้นได้แก่การคว้า แชมป์ฟุตบอลโลก ยู-17, แชมป์ฟุตบอลโลก ยู-20, แชมป์ฟุตบอลยูโร ยู-19และการเข้าถึงรอบรองชนะเลิศฟุตบอลยูโร ยู-21

 

การประสบความสำเร็จในระดับเยาวชนนั้นคือเป้าหมายระหว่างที่แดน แอชเวิร์ธ ตั้งใจวางเอาไว้อยู่แล้วตามที่เขาได้ศึกษาว่าหากหวังจะประสบความสำเร็จในทีมชาติชุดใหญ่ได้ฟุตบอลในระดับเยาวชนต้องมาก่อน

 

สิ่งที่ตอกย้ำว่าความสำเร็จในปี 2017 ที่ แดน แอชเวิร์ธ วางไว้เป็นเพียงการปูทางสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่กว่าในอนาคต คือการที่นักเตะที่แฝงอยู่ในชุดเยาวชนทุกชุดในปี2017 นั้น ก้าวขึ้นมาเป็นขุนพลของทีมชาติอังกฤษชุด ยูโร 2020กันถ้วนหน้าไม่ว่าจะเป็น ฟิล โฟเด้น และเจดอน ซานโช่จากชุดแชมป์ฟุตบอลโลก ยู-17, ดีน เฮนเดอร์สัน และโดมินิกคัลเวิร์ต-เลวิน จากชุดแชมป์ฟุตบอลโลกยู-20, เมสัน เมาท์, รีซเจมส์, และแอรอน แรมส์เดล จากชุดแชมป์ยูโร ยู-19  จอร์แดน พิคฟอร์ด,เบ็น ชิลล์เวลล์ และแจ๊ค กรีลิชจากชุดยูโร ยู-21

 

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ ทีมชาติอังกฤษเข้าสู่รอบรองของเมเจอร์ ทัวร์นาเมนต์ 2 รายการติดต่อกันทั้งฟุตบอลโลก 2018 และ ยูโร 2020 คือการมีแกเร็ธ เซาธ์เกต เป็นหัวเรือใหญ่ของทีม

 

ตัวของ แกเร็ธ เซาธ์เกต นั้นเป็นหนึ่งในทีมงานของ แดนแอชเวิร์ธ มาตั้งแต่ต้น โดยตั้งแต่ปี 2013 –2016 แกเร็ธ เซาธ์เกต รับหน้าที่เป็นกุนซือของทีมชาติอังกฤษชุด ยู-21 ทำให้เขามีความรู้และเข้าใจในแนวทาง DNA ทีมชาติอังกฤษเป็นอย่างดี

 

ไม่ว่า ทีมชาติอังกฤษ จะประสบความสำเร็จในการคว้าแชมป์ ยูโร2020 ไปครองได้หรือไม่ แต่สิ่งหนึ่งที่ แดนแอชเวิร์ธ ได้ทำสำเร็จแล้วคือการสร้าง “ตัวตน” ใหม่ของทีมสิงโตคำราม ที่จะเป็นแนวทางให้ผู้อำนวยการเทคนิคคนต่อไปได้ต่อยอดเพื่อสร้าง ทีมชาติอังกฤษ ให้ยั่งยืนเหมือนทีมชาติอื่นๆได้เสียที

ผลการแข่งขันพรีเมียร์ลีก

Latest posts