June 10, 2021

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือที่ดีที่สุดในพรีเมียร์ลีกปัจจุบัน ! … วิเคราะห์ 4 ปัจจัยส่ง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คว้าแชมป์ลีกในฤดูกาลนี้

<3 mins

1. การเข้ามาของรูเบน ดิอาส สู่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่านี่ถือเป็นการซื้อตัวที่ยอดเยี่ยมที่สุดของทีมเรือใบสีฟ้าหรือแม้กระทั่งของทั้งพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ โดยกองหลังทีมชาติโปรตุเกสวัย 24 ปีได้เข้ามาเป็นผู้บัญชาการเกมส์รับคนใหม่แทนที่แวงซองต์ กอมปานีอย่างเต็มตัวซึ่งถ้านับจากจากสถิติ 30 นัดที่เขาลงเล่นในลีก สโมสรจากเมืองแมนเชสเตอร์สามารถเก็บคลีนชีทได้ถึง 14 นัดนอกจากนี้เขายังเป็นนักเตะที่บล็อคและเคลียร์บอลได้เยอะที่สุดให้กับทีมในฤดูกาลนี้ ในขณะเดียวกันอดีตดาวเตะเบนฟิก้ายังมีส่วนสำคัญในการขึ้นเกมส์รุกของทีมด้วยสถิติเป็นกองหลังที่ผ่านบอลเยอะที่สุดในลีกโดยความแม่นยำในการผ่านบอลของเขาสูงถึง 93 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจว่าด้วยผลงานทั้งหมด รูเบน ดิอาส จึงเป็นหนึ่งในตัวเต็งที่มีโอกาสในการคว้าตำแหน่งนักเตะยอดเยี่ยมของสมาคมนักฟุตบอลอาชีพอังกฤษหรือพีเอฟเอประจำฤดูกาลนี้ (ติดตามเรื่องราวของรูเบน ดิอาส และนักเตะคนอื่นที่มีลุ้นรางวัลพีเอฟเอเพิ่มเติมได้ที่นี่)

2. การกลับมาเล่นฟุตบอลในแบบฉบับของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ในถิ่น แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ต้องยอมรับว่าผลงานของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในช่วงต้นฤดูกาลค่อนข้างกระท่อนกระแท่นมาก ไม่ว่าจะเป็นการแพ้เลสเตอร์ ซิติ้คาบ้านถึง 5 ประตู, บุกไปแพ้ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์รวมถึงหลุดเสมอกับทีมที่เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นมาอย่างลีดส์ ยูไนเต็ดและเวสบรอมฯ ในช่วงต้นซีซั่น ซึ่งก็ส่งผลให้ทีมจมอยู่ที่อันดับ 9 ของตารางและมีแต้มตามหลังจ่าฝูงในขณะนั้นอย่างลิเวอร์พูลอยู่ 8 คะแนนหลังผ่านการเล่นไป 13 นัด อย่างไรก็ตามเกมส์ที่เสมอกับเดอะ แบ๊กกี้ส์ในบ้านนั่นแหละได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของทีมเรือใบสีฟ้า โดยเป๊ป กวาร์ดิโอล่าเปิดเผยว่าเขาไม่ชอบสิ่งที่เห็นในเกมส์ดังกล่าวเลย นักเตะของเขาวิ่งเพ่นพล่านทั่วสนามไปหมด ซึ่งนั่นก็ทำให้อดีตกุนซือบาร์เซโลน่าและบาเยิร์น มิวนิคกลับมาทำฟุตบอลในแบบฉบับของตัวเองถนัดนั่นก็คือการครองบอล, ใช้บอลในการเคลื่อนที่และพาผู้เล่นเข้าไปในกรอบเขตโทษให้มากที่สุด โดยผลลัพธ์ที่ได้คือทีมกลับมาชนะ 15 นัดรวดในลีกและขึ้นนำเป็นจ่าฝูงยาวๆจนคว้าแชมป์ในที่สุด

3. กำลังเสริมที่ยอดเยี่ยม และ squad depth ของ แมนเชสเตอร์ซิตี้

ถึงแม้ในฤดูกาลนี้ผู้เล่นตัวสำคัญอย่างอย่าง เซอร์คิโอ กุน อเกวโร่จะโรยราไปตามสภาพอายุหรือแม้กระทั่งเควิน เดอ บรอยน์จะโดนอาการบาดเจ็บลักพาตัวไปช่วงหนึ่ง แต่ด้วยแท็คติกที่เปลี่ยนไปของเป๊ป กวาร์ดิโอล่าก็สามารถดึงศักยภาพให้นักเตะหลายๆคนกลับมาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นอิลคาย กุนโดกันที่แปรสภาพจากมิลฟิลด์ตัวโฮลด์บอลเป็นกองกลางที่เติมขึ้นไปถล่มประตูเป็นว่าเล่นจนถึงขั้นเป็นดาวซัลโวของทีมในพรีเมียร์ลีก ณ ขณะนี้ (ติดตามเรื่องราวของอิลคาย กุนโดกัน .. ปัจจัย X ของเรือใบสีฟ้าเพิ่มเติมได้ที่นี่) ในขณะเดียวกันแบร์นาโด้ ซิลวาก็กลับมาเฉิดฉายหลังจากกลับมาเพิ่มมิติและเติมเต็มความแม่นยำในการจ่ายบอลในพื้นที่สุดท้ายให้กับทีม ท้ายที่สุดอีกหนึ่งผู้เล่นที่ได้รับอานิสงค์จากการกลับมาเล่นฟุตบอลสไตล์เป็ป กวาร์ดิโอล่าก็คือชูเอา คานเซโล่ฟูลแบ็คผู้ทำหน้าที่เป็นอีกหนึ่งมิลฟิลด์ในระหว่างเกมส์การแข่งขันเพื่อเพิ่มการต่อบอลและครองเกมส์บนพื้นที่กลางสนาม อีกทั้งยังทำหน้าที่ยับยั้งการตั้งเกมส์ของฝ่ายตรงข้ามในทันทีที่ได้บอลซึ่งก็สะท้อนให้เห็นจากสถิติที่แบ็คชาวโปรตุกีสเป็นผู้เล่นที่เข้าปะทะมากที่สุดของทีม

4. เจ้าหนูฟิล โฟเด้น สู่ทีมชุดใหญ่ของ แมนเชสเตอร์ซิตี้

ไม่พูดถึงก็คงไม่ได้สำหรับดาวรุ่งวัย 20 ปีผู้นี้หลังจากในฤดูกาลนี้ค่อยๆก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญในสโมสรและทำผลงานตอบแทนความวางไว้ใจของเป๊ป กวาร์ดิโอล่าในทุกนัดที่ลงสนามด้วยผลงาน 7 ประตูกับอีก 5 แอสซิสต์ในพรีเมียร์ลีกรวมถึงเป็นผู้เล่นคนแรกของทีมเรือใบสีฟ้าที่ทั้งยิงและจ่ายถึง 2 หลักรวมทุกรายการในซีซั่นนี้ ซึ่งตัวเป๊ปเองก็ได้ออกมากล่าวชื่นชมเจ้าหนูคนนี้ว่า “เขาโตขึ้นอย่างมากในฐานะผู้เล่นและได้กลายมาเป็นนักเตะที่มีอิทธิพลในเกมส์การเล่นของเรามากที่สุดคนหนึ่ง” ดังนั้นก็ดูเหมือนว่าหนุ่มน้อยจากสต็อคพอร์ทที่กุนซือชาวสแปนิชผู้นี้ลงทุนประคบประหงมดูแลเองกับมือได้เริ่มสร้างผลงานให้เห็นเป็นรูปธรรมชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ และเราก็คงจะได้เห็นทีเด็ดของเจ้าหนูคนนี้เหมือนในเกมส์ที่เจอกับลิเวอร์พูล, แอสตัน วิลล่า, โบรุสเซีย ดอร์ดมุนด์และปารีส แซงต์-แชร์กแมงอีกอย่างแน่นอน

 

ท้ายที่สุดเราก็ต้องมาตามดูกันต่อว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ของเป๊ป กวาร์ดิโอล่าจะสามารถทำภารกิจสุดท้ายในการเอาชนะเชลซีในรอบชิงชนะเลิศศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกได้หรือไม่ ซึ่งถ้าทำได้เป๊ปก็จะสามารถพาทีมเรือใบสีฟ้าคว้า 3 แชมป์ได้ในฤดูกาลนี้รวมถึงพาทีมคว้าถ้วยบิ๊กเอียร์ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสร นอกจากนี้ภารกิจที่ว่าก็ยังเป็นบทพิสูจน์ให้กับตัวเป๊ปเองด้วยว่าเขาสามารถคว้าแชมป์ถ้วยที่มีเกียรติที่สุดถ้วยหนึ่งของทวีปยุโรปได้โดยปราศจากชายที่มีชื่อว่าลิโอเนล เมสซี่

ผลการแข่งขันพรีเมียร์ลีก

Latest posts