February 23, 2021

รีวิวศึกเมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้แมทช์นัดที่ 238

1 min

รีวิวศึกเมอร์ซี่ย์ไซด์ดาร์บี้แมทช์นัดที่ 238

               จบกันไปแล้วสำหรับศึกแห่งศักดิ์ศรีระหว่างลิเวอร์พูลกับเอฟเวอร์ตันโดยเหล่าขุนพลท็อฟฟี่เมนส์บุกไปยัดเยียดความปราชัยให้กับเหล่าพลพรรคหงส์แดงที่แอนฟิลด์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกันยายนปี 1999 ด้วยสกอร์ 0-2 และเป็นชัยชนะในศึกเมอร์ซี่ย์ไซด์ดาร์บี้แมทช์ครั้งแรกตั้งแต่ปี 2010 ในทางกลับกันฟอร์มในบ้านของลิเวอร์พูลยังคงย่ำแย่ต่อเนื่องโดยนี่ถือเป็นการแพ้ในบ้าน 4 นัดติดต่อกันครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1923 นอกจากนี้ในทำเนียบแชมป์พรีเมียร์ลีก มีเพียงแค่เลสเตอร์ซิตี้กับเชลซีเท่านั้นที่เป็นแชมป์เก่าที่มีแต้มน้อยกว่าลิเวอร์พูลหลังจากเล่นในลีกไป 25 นัด ดังนั้นทันเกมอยากจะมาชำแหละ 3 ประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้นในเกมส์นี้

1.      ลิเวอร์พูล… ซวยแล้วซวยอีก

สงสัยเจอร์เก้นคล็อปป์คงต้องไปทำบุญบ้างแล้วหลังจากต้องมาเจอกับ 2 เหตุการณ์สำคัญที่ตัดสินเกมนี้โดยเหตุการณ์แรกเป็นเหตุการณ์ที่กัปตันทีมอย่างจอร์แดนเฮนเดอร์สันเซนเตอร์ฮาล์ฟ (จำเป็น) อันดับ 1 ของทีม ในขณะนี้บาดเจ็บและโดนเปลี่ยนตัวหลังเกมส์ผ่านไปได้ครึ่งชั่วโมงซึ่งกุนซือชาวเยอรมันได้ออกมาเปิดเผยว่า “อาการบาดเจ็บของเฮนโด้ดูไม่ดีเอาเสียเลย” ท้ายที่สุดเหล่าเดอะ ค็อปก็ต้องตามดูกันต่อว่าคล็อปป์จะแก้ไขปัญหาอาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นกับลูกทีมได้อย่างไรเพราะเฮนเดอร์สันเป็นนักเตะคนที่8 ของสโมสรที่ขึ้นเตียงโรงพยาบาลในปัจจุบันและปัญหาอาการบาดเจ็บถือเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลต่อฟอร์มของหงส์แดงในฤดูกาลนี้ซึ่งบางทีการโทษแค่โชคชะตาอย่างเดียวก็คงไม่ทำให้ทีมสามารถกลับมาทำผลงานได้ดีอีกครั้ง

ส่วนเหตุการณ์ที่ 2 ก็ดูเหมือนโชคจะไม่เข้าข้างลิเวอร์พูลซักเท่าไหร่หลังเสียจุดโทษจากการที่โดมินิคคาลเวิร์ต เลวินวิ่งไปสะดุดศีรษะของเทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ในกรอบเขตโทษซึ่งถ้าดูจากภาพช้ามันก็ดูจะเป็นจังหวะตามน้ำซะมากกว่าและตัวเทรนท์ก็ไม่ได้มีเจตนาไปขัดขวางการเล่นของคาลเวิร์ตเลวินแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามคริส คาวานาฟผู้ตัดสินในเกมนี้ก็ตัดสินใจให้จุดโทษแก่ทีมท๊อฟฟีสีน้ำเงินหลังเข้าไปดูวีเออาร์เพียงไม่กี่วินาทีโดยถ้านับสถิติในฤดูกาลนี้ลิเวอร์พูลถือเป็นทีมที่เสียประโยชน์จากวีเออาร์มากที่สุด

2.      กองหลังพลาดกองหน้าบอด

ถ้าว่ากันถึงรูปเกมส์ของลิเวอร์พูล มันคงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าเหล่าพลพรรคหงส์แดงยังทำผลงานได้ไม่ดีพอทั้งในแง่ของเกมส์รับและเกมส์รุก ซึ่งในส่วนของเกมส์รับต้องยอมรับว่า 2 ประตูที่เสียไปมีจุดเริ่มต้นจากความผิดพลาดของคู่เซ็นเตอร์แบ็คที่ 18 ของทีมในฤดูกาลนี้โดยประตูแรกเกิดจากการโหม่งสกัดไม่เด็ดขาดของโอซานคาบัคที่ไปเข้าทางฮาเมส โรดิเกวซ ซึ่งเห็นได้ชัดว่ากองหลังทีมชาติตุรกีมีปัญหากับลูกกลางอากาศในเกมนี้อย่างชัดเจนดังนั้นเหล่าเดอะ ค็อปคงต้องให้เวลาคาบัคในการปรับตัวกับฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษพอสมควรหลังจากเพิ่งย้ายมาในวันสุดท้ายของตลาดนักเตะหน้าหนาวส่วนลูกที่สองก็เป็นกองหลังตัวสำรองอย่างนาธาเนียล ฟิลลิปส์ที่เสียเหลี่ยมปล่อยให้ริชาร์ลิซอนพลิกตัวหลุดไปจ่ายให้คาลเวิร์ตเลวินได้

นอกจากเกมส์รับที่มีข้อผิดพลาดเกมส์รุกของลิเวอร์พูลก็ดูยังจะไม่กลับมาเข้าร่องเข้ารอยซักทีเพราะถึงแม้พวกเขาจะครองบอลได้ถึง 71% ในเกมส์นี้ (รวมถึงอีกหลายๆเกมส์) แต่จังหวะสุดท้ายก็ยังไม่คมพอโดยเฉพาะ 3 ประสานในแนวรุกอย่าง โม ซาล่าห์, ซาดิโอ มาเน่และโดยเฉพาะบ๊อบบี้ เฟอร์มิโน่ที่ยิงทิ้งยิงขว้างไปอย่างมากมายซึ่งปัญหาการจบสกอร์กลายมาเป็นปัญหาที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆเพราะไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อว่านับตั้งแต่ปี 2021 ลิเวอร์พูลเป็นทีมที่เปลี่ยนโอกาสเป็นประตูได้น้อยที่สุดของพรีเมียร์ลีกและยิงได้แค่ประตูเดียวจากการเล่นในแอนฟิลด์4 นัดล่าสุด

3.      อิตาเลี่ยนจ็อบของอันเชล็อตติ

ต้องยอมรับว่านักเตะเอฟเวอร์ตันสามารถทำตามแทคติกที่กุนซือชาวอิตาเลี่ยนวางไว้ได้อย่างยอดเยี่ยมไล่ตั้งแต่แผงหลังอิงลิชแมนทั้ง 3 คนไม่ว่าจะเป็นเมสันโฮลเกต ไมเคิ่ล คีน และเบน ก็อดฟรีย์ที่ปิดตาย 3 ประสาน“เอสเอ็มเอฟ” (SMF) ให้ไม่ทำอะไรได้อย่างถนัดถนี่โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรายของคีนที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในการตัดและดักจังหวะเกมส์รุกสำคัญๆของลิเวอร์พูลจนส่งผลให้อดีตแข้งลูกหม้อของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ตได้รับตำแหน่งแมนออฟเดอะแมทช์จากบีบีซีอีกคนที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็คงเป็นจอร์แดน พิคฟอร์ดที่เกมส์นี้ซุปเปอร์เซฟเป็นว่าเล่นจนทำให้ทีมสามารถเก็บคลีนชีตได้และเป็นการประกาศศักดาว่าตนเองยังคู่ควรกับการเป็นมือ 1 ทีมชาติอังกฤษต่อไป

ในขณะเดียวกันการอาศัยจังหวะความผิดพลาดของคู่แข่งและเกมส์โต้กลับเร็วถือเป็นสิ่งที่ขุนพลท๊อฟฟี่สีน้ำเงินทำได้ดีเช่นเดียวกันในเกมส์นี้ซึ่งสะท้อนจากให้เห็นจาก2 ประตูที่ได้โดยประตูแรกเป็นฮาเมสโรดิเกวซที่รีบแทงบอลตัดไลน์กองหลังลิเวอร์พูลให้ริชาร์ลิซอนหลุดเข้าไปยิงหลังโอซานคาบัคโหม่งพลาดไปเข้าทางจอมทัพชาวโคลอมเบียส่วนลูกที่สองเป็นจังหวะที่เอฟเวอร์ตันเล่นเกมส์สวนกลับเร็วเพียงแค่ 3 จังหวะและได้จุดโทษหลังจากทีมเกือบเสียประตูในจังหวะก่อนหน้าซึ่งคาร์โล อันเชล็อตติกุนซือของทีมก็ได้ออกมายกย่องลูกทีมว่า “เราทำผลงานได้ดี มีสมาธิและที่สำคัญที่สุดเรามีความเด็ดขาด” ดังนั้นก็ต้องมาดูกันต่อว่าคาร์โลอันเชล็อตติจะพาเอฟเวอร์ตันไปไกลได้แค่ไหนหลังจากทำแต้มขึ้นมาทาบทีมอริร่วมเมืองแถมแข่งน้อยกว่าอีก1 นัด

และนี่ก็เป็น 3 ประเด็นสำคัญหลังศึกเมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี้แมทช์ซึ่งเป็นฝ่ายสีน้ำเงินที่ได้เริงร่าในที่สุด

ผลการแข่งขันพรีเมียร์ลีก

Latest posts