April 23, 2021

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดต้องเสริมหน้าจริงเหรอ?

1 mins

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการเข้ามาของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ทำให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมีพัฒนาการเกมรุกเพิ่มขึ้นมากจากสถิติทำประตูที่เพิ่มขึ้นจาก1.6 ประตูต่อเกม เป็น 2 ประตูต่อเกม แต่นั่นอาจไม่เพียงพอต่อการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกที่ในปัจจุบันแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดอยู่อันดับ 2 ของลีกที่ 66 คะแนน ตามหลังจ่าฝูงแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 11 แต้มหลังผ่านการเล่นไปทั้งสิ้น 32 นัด ทำให้โอกาสคว้าแชมป์ของปีศาจแดงในฤดูกาลนี้ต้องลุ้นเหนื่อยหน่อยดังนั้นทันเกมจะมาวิเคราะห์ว่าจริงๆแล้วแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดควรต้องเสริมทัพในตำแหน่งใดเพื่อจะกลับมาลุ้นแชมป์ในฤดูกาลหน้าได้แบบเต็มตัว

 

1.      เซ็นเตอร์ฮาร์ฟ หรือ กองหลังตัวกลาง

 

ดูเหมือนโซลชาเองจะเจอแผนการเล่นที่ลงตัวในระบบ4-2-3-1 โดยการจับคู่กันของเซ็นเตอร์ในขณะนี้ระหว่างวิคตอร์ ลินเดอเลิฟ กับ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ซึ่งเป็นนักเตะที่มีวิธีการเล่นคล้ายคลึงกัน คือ เน้นการอ่านเกมที่ดี แต่ข้อเสียของทั้งคู่คือไม่มีความเร็วมากนักดังนั้นน้าโอเล่จึงจำเป็นต้องใช้มิดฟิลด์ไดนาโมพลังงานม้าอย่างเฟร็ด และสกอตต์ แม็คโทมิเนย์เพื่อทำหน้าที่เป็นตัวสกรีนไล่บอลแบ่งเบาภาระของคู่เซ็นเตอร์

 

การเล่นเกมรับที่มีแผงหลัง 4 ตัว และกลางรับ 2ตัว รวมเป็น 6 ตัวอาจจะแน่นจริง แต่นั่นก็เป็นข้อเสียว่าทำไมปีศาจแดงบางทีจึงไม่สามารถสร้างสรรค์เกมรุกได้อย่างเต็มพิกัดโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเจอกับคู่ต่อสู้ที่ลงไปรับต่ำ นอกจากนี้การที่แมนยูพึ่งเพียงแค่บรูโน่ในการปั้นเกมรวมถึงน้าลูกอมเลือกที่จะให้ทั้งเฟร็ดและแม็คโทมิเนย์ลงไปรับต่ำมากอยู่ด้านหน้าแผงหลังส่งผลให้เวลาที่ผีแดงตัดบอลได้มิลฟิลด์ทั้ง2 คนจะไม่สามารถจ่ายบอลไปด้านหน้าได้ไวและแม่นยำพอ เพราะช่องว่างระหว่างกองกลางตัวรับทั้ง2 คนกับผู้เล่นเกมรุกของทีมมีมากเกินไป

 

แต่ก็ไม่ใช่ว่าแมนยูจะไม่มีเซ็นเตอร์ที่มีความเร็วเลยซะทีเดียวเพราะ เอริค ไบยี่นั้นมีความเร็ว แต่เจ็บบ่อย ส่วนอั๊กเซล ตวนเซเบ้ก็มีความเร็วฟิตด้วย ตัดบอลได้ดีแบบที่เพื่อนเล่นต่อได้เลย แต่ยังขาดความไว้วางใจจากน้าลูกอมและประสบการณ์ในการลงสนาม ดังนั้นทันเกมจึงมองว่าตำแหน่งที่แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดควรเสริมคือ กองหลังที่มีความเร็วและบาดเจ็บน้อยมาแทนที่ไบยี่ ดีกว่า เพื่อที่จะเปิดทางให้แมนยูใช้กลางรับที่ไม่ต้องเล่นต่ำมาก

 

2.      มิดฟิลด์ตัวรับ

 

ทำไมโอเล่ถึงต้องใช้กลางรับถึง 2 ตัวทั้งที่มันสมควรเป็นหน้าที่ของคนๆเดียวนั่นเป็นเพราะทั้งเฟร็ดและแม็คโทมิเนย์ไม่ได้มีศักยภาพมากพอที่จะเล่นในตำแหน่งกลางรับนั่นเองแมนยูนั้นมีกลางรับธรรมชาติอยู่คนเดียวนั้นคือเนมานย่า มาติชมิดฟิลด์ชาวเซอร์เบียวัย 32 ปีที่ฤดูกาลนี้ได้รับโอกาสลงสนามน้อยลงอย่างเห็นได้ชัดซึ่งส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะอายุที่มากขึ้นด้วย

 

หากเราสังเกตุจากท้ายฤดูกาลที่แล้วหลังช่วงLockDown แมนยูเลือกใช้มิดฟิลด์ตรงกลางอย่าง มาติช ป็อกบา และบรูโน่ เมื่อเล่นเกมรุก พอล ป็อกบา กับบรูโน่ จะมีอิสระในการสร้างสรรค์เกมอย่างเต็มที่ไม่ต้องพะวงหลังเพราะมาติชต้องเรียกได้ว่า ในขณะนั้น เอาอยู่ แต่ในปัจจุบัน สกอตต์แม็คโทมิเนย์กองกลางชาวสกอตแลนด์ไม่สามารถอ่านเกมได้แบบมิดฟิลด์ชาวเซิร์บดังนั้นเราจะได้เห็นว่าเขาจะทำฟาวล์คู่แข่งแบบเก้ๆกังๆอยู่บ่อยครั้ง อีกทั้งโดนคู่แข่งเลี้ยงผ่านหน้าก็หลายหน ส่วนเฟร็ดมิดฟิลด์พลังหลังเหลือชาวบราซิลเองถึงจะมีพละกำลังวิ่งได้แทบไม่มีหมดแต่ในเรื่องของความแข็งแกร่งก็ยังสู้คู่แข่งตัวใหญ่ๆไม่ได้

 

หากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเสริมกลางรับธรรมชาติเลยหนึ่งคน แบบนี้จะทำให้ปีศาจแดงมีผู้เล่นไปสร้างสรรค์เกมรุกได้มากขึ้นและต่อบอลจากหลังไปหน้าได้ไวขึ้นทำให้การโต้กลับของแมนยูน่ากลัวขึ้นอีกไม่น้อย

 

3.      ปีก ธรรมชาติ

 

อีกตำแหน่งที่น่าสนใจคือตำแหน่งปีกธรรมชาติในขณะนี้แมนยูมีปีกธรรมชาติที่ใช้งานได้เพียงสองคน นั้นคือ แดเนียล เจมส์ที่มีความเร็วจัดแต่ไม่มีความแข็งแกร่ง และขาดเรื่องของการตัดสินใจที่ถูกต้องในพื้นที่สุดท้ายส่วนอาหมัด ดิยัลโล่เองก็ยังขาดประสบการณ์ในพรีเมียร์ลีกอยู่ โดยในปัจจุบันโอเล่เลือกที่จะใช้กองหน้าไปเล่นปีกนั่นคือ แรชฟอร์ด และไอ้หนูกรีนวู้ดในวัย 19 ปี หรือแม้กระทั่ง อ็องโตนี่มาร์กซิยาลศูนย์หน้าชาวฝรั่งเศสในบางนัด ซึ่งความแตกต่างของกองหน้าเล่นปีกกับปีกธรรมชาติ นั่นก็คือ กองหน้าโดยธรรมชาติเมื่อได้บอลจะหาโอกาสทำประตูก่อนเสมอในขณะที่ปีกธรรมชาติจะมองเรื่องของการสร้างสรรค์ก่อนเสมอ

 

ดังนั้นเรียกได้ว่าคนที่เล่นหน้าเป้าแมนยูจะได้โอกาสทำประตูจากตำแหน่งอื่นที่ไม่ใช่ปีกซะมากกว่าแต่นั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่ผู้เล่นแมนยูเองจะมองไม่ออก ดังนั้นเราจะได้เห็นภาพทั้งคาวานี่และบรูโน่ คอยตะโกนบอก กรีดวู้ด เจมส์ และแรชฟอร์ดเพื่อแนะนำแนวทางการเล่นอยู่ตลอด นอกจากนี้การที่ป็อกบาขึ้นมาเล่นทางปีกซ้ายในช่วงหลังๆก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้หน้าเป้าแมนยูได้โอกาสมากขึ้นเพราะเขาตั้งใจจะสร้างสรรค์เกมมากกว่าจะทำประตูเองรวมไปถึงตัวปั้นเกมตัวใหม่ที่ผีแดงจ่ายไปถึง 40 ล้านปอนด์อย่าง ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ก็ยังไม่ค่อยได้รับโอกาสมากนักในฤดูกาลนี้

 

จะเห็นได้ว่าถ้า เอดิสัน คาวานี่ตัดสินใจไม่ต่อสัญญากับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปีศาจแดงก็ไม่จำเป็นจะต้องซื้อกองหน้าระดับโลกมาเสริมก็ได้เพราะก็มีทั้งมาร์กซิยาล กรีดวู้ด หรือแรชฟอร์ดอยู่แล้ว หากแต่ควรเสริมกองหลัง กองกลางตัวรับและปีกธรรมชาติมากกว่า นอกจากเรื่องเสริมทัพแล้วคงจะเป็นเรื่องของความไว้วางใจในตัวลูกทีมของโอเล่ด้วยที่ต้องไว้วางใจให้นักเตะอย่างเช่น ตวนเซเบ้, ฟาน เดอ เบ็ค หรือแม้กระทั่งดาวรุ่งอย่างดิยัลโล่ได้ลงสนามบ้าง ไม่ใช่สองเดือนลงทีหรือเล่นเพียงเกมละสิบนาที

ผลการแข่งขันพรีเมียร์ลีก

Latest posts