HISTORY
August 19, 2021

ลิเวอร์พูล VS. แมนเชสเตอร์ ยูในเต็ด ในสมรภูมิเอฟเอคัพ | TunGame

ทันเกม เล่าถึง 6 แมทช์ความทรงจำที่ 2 สโมสร คือ ลีเวอร์พูล และแมนเชสเตอร์ ยูในเต็ด ได้ฟาดแข้งในศึกฟุตบอลถ้วยที่เก่าแก่ที่สุดในโลกกัน | ทันเกม
2 mins

หลังจากศึกแดงเดือดยกแรกจบลงไปด้วยการเสมอกันแบบไร้สกอร์ในพรีเมียร์ลีกเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่แล้วทั้ง 2 สโมสรต้องกลับมาเจอกันอีกครั้งในศึกเอฟเอคัพรอบ 4 คืนวันอาทิตย์นี้โดยแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดจะเป็นฝ่ายเปิดโอล์ด แทรฟฟอร์ดต้อนรับการมาเยือนของลิเวอร์พูลบ้าง ซึ่งครั้งนี้จะเป็นครั้งที่ 16 ที่ 2 สโมสรพบกันในถ้วยใบนี้และทันเกมก็อยากจะมาเล่าถึง 6 แมทช์ความทรงจำที่ 2 สโมสรได้ฟาดแข้งในศึกฟุตบอลถ้วยที่เก่าแก่ที่สุดในโลกกัน

1.     แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 2 ลิเวอร์พูล 1 ; เอฟเอคัพ รอบชิงชนะเลิศปี 1977

ต้องเกริ่นกันก่อนว่าในช่วงทศวรรษที่ 70  ลิเวอร์พูลถือเป็นมหาอำนาจของวงการฟุตบอลอังกฤษโดยในฤดูกาล 1976/1977 ลูกทีมของบ๊อบ เพสลี่ย์มีลุ้นเป็นทีมแรกของสหราชอาณาจักรในการคว้าเทรเปิ้ลแชมป์อย่างไรก็ตามทีมที่ดับฝันพวกเขาไม่ให้สร้างประวัติศาสตร์นั้นก็คือแมนยูไนเต็ดหลังจากที่โคจรมาเจอกันในศึกเอฟเอคัพรอบชิงชนะเลิศซึ่งทีมปีศาจแดงได้ประตูชัยแบบโชคช่วยหลังจากที่ลูมาคาริดาวเตะชาวสก็อตแลนด์ของทีมยิงไปแฉลบท้องของกองหน้าอย่างจิมมี่ กรีนฮอฟฟ์เข้าประตูไปส่งผลให้ทอมมี่ ด็อคเฮอร์ตี้อดีตผู้จัดการทีมผู้ล่วงลับของปีศาจแดงและลูกทีมคว้าแชมป์เอฟเอคัพเป็นสมัยที่4 ของสโมสรและขัดขวางไม่ให้คู่อริตลอดกาลของพวกเขาคว้า 3 แชมป์ในฤดูกาลนั้น

 

2.      แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1 ลิเวอร์พูล 0 ; เอฟเอคัพ รอบรองชนะเลิศนัดรีเพลย์ ปี 1979

ถึงแม้ขุนพลเร้ดแมชชีนจะสามารถคว้าแชมป์ลีกครั้งที่ 11 ของตนเองได้ในฤดูกาล 1978/1979 แต่สำหรับถ้วยเอฟเอคัพพวกเขาก็ต้องอกหักอีกครั้งหลังจากแมนยูไนเต็ดที่จบอันดับ 9 ในลีกยัดเยียดความปราชัยให้กับพวกเขาเป็นครั้งที่ 2 ด้วยลูกโหม่งประตูโทนของจิมมี่กรีนฮอฟฟ์เจ้าเดิมทำให้ให้ปีศาจแดงเอาชนะหงส์แดงในการแข่งขันรอบรองชนะเลิศนัดรีเพลย์ที่สนามกูดิสันพาร์คได้หลังจากที่เสมอกันมาอย่างสุดมันส์ในนัดแรกด้วยสกอร์ 2-2 อย่างไรก็ตามเหล่าพลพรรคเร้ดเดวิลส์ก็ต้องมาอกหักเหมือนกันหลังจากที่พ่ายอาร์เซน่อลในรอบชิงชนะเลิศด้วยสกอร์ 2-3 ซึ่งแมทช์ดังกล่าวก็ถือเป็นหนึ่งในแมทช์คลาสสิคอีกแมทช์นึงของถ้วยเอฟเอคัพหลังจากที่ปีศาจแดงอุตส่าห์ตามตีเสมอไอ้ปืนใหญ่ได้ 2-2 ด้วยการยิงในนาทีที่ 86 และ 88 ของการแข่งขันแต่ก็กลับมาโดนอลัน ซันเดอร์แลนด์กองหน้าของอาร์เซน่อลกลับมายิงขึ้นนำอีกครั้งและเป็นประตูชัยในนาทีที่89  

 

3.      แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2 ลิเวอร์พูล 1 ; เอฟเอคัพ รอบรองชนะเลิศนัดรีเพลย์ปี 1985

ผลงานในเอฟเอคัพของแมนยูไนเต็ดก็ยังข่มลิเวอร์พูลต่อไปถึงแม้พลพรรคหงส์แดงจะยังคงเป็นสุดยอดทีมในช่วงทศวรรษที่ 80 โดยรอบนี้เป็นกัปตันมาร์เวลไบรอันร็อบสันผู้เป็นเดอะ แบก ของแมนยูไนเต็ดในขณะนั้นทำผลงานระดับมาสเตอร์พีซด้วยการยิงไป1 ประตูและนำปีศาจแดงพลิกแซงชนะลิเวอร์พูลได้ด้วยสกอร์ 2-1 ในเกมส์รอบรองชนะเลิศนัดรีเพลย์หลังจากตามหลังอยู่ในช่วงครึ่งแรกซึ่งหลังจบเกมส์แฟนบอลเร้ดอาร์มี่ก็ต่างกรูเข้ามาในสนามเมน โร้ด (สนามเก่าของแมนเชสเตอร์ซิติ้) และเข้าไปแสดงความยินดีกับร็อบสันผู้เป็นฮีโร่ในเกมส์นั้นท้ายที่สุดตำนานกัปตันทีมหมายเลข 7 และผองเพื่อนก็สามารถก้าวไปคว้าแชมป์เอฟเอคัพได้หลังจากที่เอาชนะอีกหนึ่งทีมแกร่งและแชมป์ลีกสูงสุดในฤดูกาลนั้นอย่างเอฟเวอร์ตันไปด้วยสกอร์ 1-0 ในช่วงต่อเวลาพิเศษแถมเหลือผู้เล่นเพียง 10 คนในสนาม

 

4.      แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1 ลิเวอร์พูล 0; เอฟเอคัพ รอบชิงชนะเลิศปี 1996

ทั้ง 2 ทีมกลับมาเจอกันในเอฟเอคัพรอบชิงชนะเสิศอีกครั้งในปี 1996 แต่ด้วยบริบทที่เปลี่ยนไปหลังจากที่แมนยูไนเต็ดภายใต้การคุมทีมของ (เซอร์) อเล็กซ์เฟอร์กูสันเริ่มก้าวขึ้นมาผูกขาดความสำเร็จบนเกาะอังกฤษในขณะที่นักเตะลิเวอร์พูลในยุคนั้นถูกขนานนามว่า “สไปซ์ บอย” ที่โด่งดังในเรื่องการเที่ยวกลางคืนดื่มสุราและดูเหมือนจะสนใจเรื่องฟุตบอลน้อยกว่าเรื่องอื่น โดยในเกมส์นั้นเกือบจะจบลงด้วยการต่อเวลาพิเศษแล้วแต่ลูกถอยยิงสุดคลาสสิคของ“เดอะ คิง” เอริคคันโตน่า ในนาทีที่ 85 ก็ส่งให้ปีศาจแดงคว้าดับเบิ้ลแชมป์ได้ในฤดูกาลนั้นซึ่งเป็นดับเบิ้ลแชมป์ครั้งที่ 2 ในรอบ 3 ฤดูกาลหลังสุดของสโมสร

 

5.       แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 2ลิเวอร์พูล 1; เอฟเอคัพ รอบ3 ปี 1999

ในฤดูกาล 1998/1999 ที่แมนยูไนเต็ดสามารถคว้าเทรเบิ้ลแชมป์ได้มันก็มีหลายแมทช์ที่ขุนพลปีศาจแดงสามารถพลิกนรกโกงความตายกลับมาได้ไม่ว่าจะเป็นเกมส์เอฟเอคัพรองรองชนะเลิศกับอาร์เซน่อลหรือเกมส์ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนส์ลีกรอบชิงชนะเลิศกับบาเยิร์น มิวนิค แต่อีกหนึ่งแมทช์ความทรงจำที่เหล่าเร้ดอาร์มี่คงไม่น่าลืมเลือนก็คือเกมส์ที่พวกเขากลับมาแซงศัตรูตลอดกาลอย่างลิเวอร์พูลได้ในศึกเอฟเอคัพ รอบ 3 หลังจาก ดไวท์ ยอร์ค และผู้จัดการทีมคนปัจจุบันอย่างโอเล่กุนน่าร์ โซลชา ช่วยกันยิงในนาทีที่ 88 และ 90 น็อคลิเวอร์พูลร่วงตกรอบถึงแม้จะโดนนำก่อนตั้งแต่นาทีที่ 3 จากลูกโหม่งของไมเคิลโอเว่น

 

6.      ลิเวอร์พูล 1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0; เอฟเอคัพ รอบ 5 ปี 2006

หลังจากที่โดนโขกสับในฟุตบอลเอฟเอคัพเป็นเวลานานในที่สุดก็เป็นทีของลิเวอร์พูลบ้างโดยเหล่าพลพรรคหงส์แดงสามารถเอาชนะแมนยูไนเต็ดไปได้ 1-0 ในปี 2006 ด้วยลูกโขกของปีเตอร์ เคร้าช์ในช่วงครึ่งแรกซึ่งถือเป็นชัยชนะนัดแรกเหนือทีมปีศาจแดงในรอบ 85 ปีในศึกเอฟเอคัพนอกจากนี้ยังมีเหตุการณ์สำคัญอีกหนึ่งเหตุการณ์ก็คืออลัน สมิธผู้ซึ่งถูกขยับมาเล่นเป็นมิลฟิลด์ตัวกลางในสมัยนั้นขาหักหลังจากเข้าไปบล็อคลูกยิงของยอห์น อาร์เน่ รีเซ่ แบ็คซ้ายเท้าหนักชาวนอร์เวย์เจี้ยนในเกมส์ดังกล่าวท้ายที่สุดลิเวอร์พูลก็สามารถคว้าแชมป์เอฟเอคัพได้ในปีนั้นด้วยการดวลจุดโทษเอาชนะเวสแฮมยูไนเต็ด

จากสถิติที่ผ่านมาในศึกเอฟเอคัพจะเห็นได้ว่าแมนยูไนเต็ดดูเป็นของแสลงสำหรับลิเวอร์พูลและถ้ายิ่งนับเกมส์เฉพาะที่เล่นในบ้านของทัพปีศาจแดงในถ้วยนี้ลิเวอร์พูลก็ไม่สามารถเอาชนะ แมนยูไนเต็ดได้เลยตั้งแต่ค.ศ. 1921ดังนั้นเราคงต้องมาดูกันว่าเจอร์เก้นคล็อปป์และลูกทีมจะสามารถล้างอาถรรพ์ดังกล่าวได้หรือไม่หรือจะเป็นแมนยูไนเต็ดที่จะยังคงหลอกหลอนพลพรรคหงส์แดงในเวทีเอฟเอคัพได้อีกครั้ง สุดท้ายนี้ทันเกมก็อยากจะขอให้แฟนบอลมีความสุขในการรับชมศึกแดงเดือดยกสองของฤดูกาลนี้และบลัฟกันแต่พองามไม่เกินเลยนะครับ

ผลการแข่งขัน FA CUP

ผลการแข่งขันพรีเมียร์ลีก

Latest posts