June 26, 2021

6 สถิติที่ถูกสร้างขึ้นใหม่และทำลายใน “ยูโร 2020” | TunGame

6 สถิติที่ถูกทำลายในบอล ยูโร 2020 | ทันเกม
2 mins

6 สถิติที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ใน “ยูโร 2020”

 

ฟุตบอล ยูโร 2020 รอบแบ่งกลุ่ม ได้ผ่านพ้นไปอย่างสนุกสุดมัน และมากไปกว่านั้น มีสถิติที่น่าสนใจมากมายที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ในการแข่งขันยูโร 2020 ครั้งนี้

 

เรามาดูกันว่า “6 สถิติที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ในยูโร 2020” หลังจากผ่านรอบแบ่งกลุ่มมาแล้ว มีอะไรกันบ้าง?

 

1.    ทีมชาติอิตาลี : ชาติแรกที่เก็บชัยทั้ง3 นัดในรอบแบ่งกลุ่มโดยไม่เสียประตู

 

ทีมชาติอิตาลีโฉมใหม่ของ โรแบร์โต้ มันชินี่ นอกจากฟอร์มจะร้อนแรงแล้ว ยังได้ทำสถิติที่ไม่เคยมีทีมไหนทำได้มาก่อนในศึกฟุตบอลยูโรด้วยการ เก็บชัยชนะทั้ง 3 นัดในรอบแบ่งกลุ่มแบบไม่เสียประตูแม้แต่ลูกเดียว ในกลุ่มเอของศึก ยูโร 2020

 

การเก็บคลีนชีทได้ทั้ง 3 เกมของรอบแบ่งกลุ่มฟุตบอลยูโรเคยเกิดขึ้นมาแล้ว 5 ครั้งได้แก่ ทีมชาติอิตาลี 1980,ทีมชาติเยอรมัน 1996, ทีมชาติเยอรมัน 2016,ทีมชาติโปแลนด์ 2016, และทีมชาติอังกฤษ 2020แต่ทั้ง 5 ครั้งนี้ ไม่มีทีมไหนสามารถกวาดชัยชนะได้ทั้ง3 นัด เหมือนกับที่ทีมชาติอิตาลี ชุด ยูโร 2020 ทำได้

 

อีกหนึ่งสถิติที่ทีมชาติอิตาลีชุดนี้ได้ทำลายสถิติเดิมของทีมชาติตัวเอง คือการทำ 3 ประตูใน1 เกม ได้เป็นครั้งแรกในศึกฟุตบอลยูโร โดยหากย้อนไปตั้งแต่ปี1968 ที่ทีมชาติอิตาลี เข้าแข่งขันในฟุตบอลยูโร เป็นครั้งแรกจนถึงยูโร 2016 ทัพอัซซูรี่ ลงทำการแข่งขันในศึกยูโรไปแล้ว 37นัด แต่ไม่เคยมีเกมไหนที่พวกเขาทำประตูได้เกิน 2 ลูกมาก่อนเลย

 

2.      ทีมชาติเดนมาร์ก : ชาติแรกที่แพ้2 นัดแรก แต่สามารถผ่านเข้ารอบได้ด้วยการจบอันดับที่ 2ของกลุ่ม

 

ทีมชาติเดนมาร์กสามารถพลิกสถานการณ์แบบที่ไม่เคยมีชาติใดทำได้มาก่อนในการแข่งขันฟุตบอลยูโรด้วยการเป็นชาติแรกที่แพ้ใน 2 นัดแรกแต่สามารถผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้ในฐานะทีมอันดับที่ 2 ของกลุ่มด้วยการชนะในนัดสุดท้ายเพียงนัดเดียว

 

ชัยชนะ 4 – 1 เหนือทีมชาติรัสเซียในนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม นอกจากจะช่วยให้ทีมชาติเดนมาร์ก ผ่านเข้ารอบได้แล้วยังเหมือนของขวัญแด่คนทั้งชาติที่ต้องเจอกับเหตุการณ์สะเทือนขวัญในเกมแรกที่คริสเตียน เอริคเซ่น จอมทัพคนสำคัญของทีมหมดสติคาสนามจนถึงขั้นต้องใช้เครื่องปั๊มหัวใจในการช่วยชีวิต

3.    ทีมชาติอังกฤษ : แชมป์กลุ่มที่ทำประตูได้น้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลยูโร รอบแบ่งกลุ่ม

 

เป็นสถิติที่แฟน ทีมชาติอังกฤษอาจจะไม่ได้ยินดีด้วยเท่าไหร่ ด้วยการเป็นทีมแชมป์กลุ่มที่ทำประตูได้น้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลยูโร โดยลูกทีมของ แกเร็ธ เซาธ์เกตทำได้เพียง 2 ประตูเท่านั้น จาก 3 เกมในรอบแบ่งกลุ่มของศึกฟุตบอลยูโร 2020 (ได้ทั้ง 2 ประตูจาก ราฮีมสเตอร์ลิง)

 

เดิมที่นั้นทีมที่เป็นเจ้าของสถิติแชมป์กลุ่มที่ทำประตูได้น้อยที่สุดเป็นของ ทีมชาติเยอรมันในศึก ยูโร 2016 โดยทัพอินทรีเหล็กชุดนั้นทำไป 3 ประตู จาก 3 เกมของรอบแบ่งกลุ่มซึ่งเป็นสถิติที่ถือว่าน้อยมากๆแล้ว

 

แม้จะผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายของศึกยูโร 2020 ในฐานะแชมป์กลุ่มได้ตามเป้าด้วยการเก็บได้ถึง 7คะแนน และไม่เสียประตูเลย แต่การเล่นรุกที่ไม่ไหลลื่น และทำประตูได้เพียงน้อยนิดของทีมชาติอังกฤษจึงยังเป็นเครื่องหมายคำถามที่แฟนบอลมีต่อ แกเร็ธ เซาธ์เกตว่ากุนซือของทีมสิงโตคำราม จะสามารถพา Football ให้ “cominghome” ได้ตามเป้าหรือไม่?

 

4.    แพทริค ชิค : ประตูที่มีระยะไกลที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลยูโร

 

จองตำแหน่ง “ประตูประจำทัวร์นาเมนต์ ยูโร 2020” หรือถึงขั้นเป็น “ประตูที่สวยที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลยูโร” ไปเป็นที่เรียบร้อยสำหรับลูกยิงของกองหน้าทีมชาติสาธารณรัฐเช็กอย่าง แพทริค ชิคที่ซัดจากบริเวณครึ่งสนามใส่ทีมชาติสกอตแลนด์ ในเกมที่พวกเขาเอาชนะไปได้ 2 - 0

 

นอกจากความสวยสดงดงามไร้ที่ติแล้วประตูนี้ยังถูกจารึกว่าเป็นประตูที่มีระยะการยิงไกลที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลยูโรตั้งแต่มีการเก็บสถิติมาใน ยูโร 1980 ด้วยระยะการยิง 49.7 หลา ถือเป็นการลงประเดิมสนามฟุตบอลยูโร นัดแรกในชีวิตที่สมบูรณ์แบบที่สุดของแพทริค ชิค

 

 

5.    วอยเชี๊ยค เชสนี่ และ มาร์ติน ดูบราฟก้า : ผู้รักษาประตู 2 คนแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลยูโรที่ทำเข้าประตูตัวเอง

 

ก่อนที่ทัวร์นาเมนต์ ยูโร 2020 จะเริ่มขึ้น ฟุตบอลยูโร ได้มีการทำการแข่งขันไปแล้ว 286 นัด จากแข่งขันฟุตบอลยูโร 15 ครั้ง ตั้งแต่ปี 1960โดยไม่เคยมีผู้รักษาประตูแม้แต่คนเดียวที่ทำเข้าประตูตัวเองในการแข่งขันที่ผ่านมาแต่มาใน ยูโร 2020 มีผู้รักษาประตูที่ทำเข้าประตูตัวเองไปแล้วถึง2 ลูก (จากผู้รักษาประตู 2 คน) จากการแข่งขัน 36 นัดของรอบแบ่งกลุ่ม

 

วอยเชี๊ยค เชสนี่ ผู้รักษาประตูของทีมชาติโปแลนด์ กลายเป็นผู้เล่นประวัติศาสตร์(ที่ไม่น่าจดจำเท่าไหร่) ด้วยการเป็นผู้รักษาประตูคนแรกในประศาสตร์การแข่งขันฟุตบอลยูโรที่ทำเข้าประตูตัวเอง ในเกมที่ทีมชาติโปแลนด์ พ่ายต่อทีมชาติสโลวาเกีย 2 – 1 ในศึก ยูโร 2020 รอบแบ่งกลุ่ม

 

หลังจากมีคนแรกแล้วคนที่สองก็ตามมาติดๆในทัวร์นาเมนต์เดียวกัน เมื่อ มาร์ติน ดูบราฟก้ามือกาวของทีมชาติสโลวาเกีย กะจังหวะปัดบอลพลาดในเกมที่ทีมชาติสโลวาเกียโดนทีมชาติสเปน ถลุงไป 5 - 0 ในเกมสุดท้ายของกลุ่มอี ทำให้เขากลายเป็นผู้รักษาประตูคนที่ 2ในประวัติศาสตร์ฟุตบอลยูโร ที่ทำเข้าประตูตัวเอง

 

6.    คริสเตียโน่ โรนัลโด้ : ดาวยิงสูงสุดตลอดกาลแห่งฟุตบอลยูโร

 

ตอกย้ำความเป็นตำนานอย่างแท้จริง สำหรับ คริสเตียโน่โรนัลโด้ ดาวยิงทีมชาติโปรตุเกส ที่ทำเพิ่มอีก 5 ประตูในรอบแบ่งกลุ่มของ ยูโร 2020 ส่งเขาให้กลายเป็นดาวยิงสูงสุดตลอดกาลแห่งศึกฟุตบอลยูโรที่ 14 ประตูแซงหน้าเจ้าของสถิติเดิมอย่าง มิเชล พลาตินี่นาโปเลียนลูกหนังของทีมชาติฝรั่งเศส ที่ฝากสถิติไว้ที่ 9 ประตู

 

อีกหนึ่งสถิติที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ได้ฝากไว้ใน ยูโร 2020 คือการเป็นนักฟุตบอลคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ลงเล่นฟุตบอลยูโร ถึง 5 สมัย โดยนับตั้งแต่ ยูโร 2004 ที่ โรนัลโด้ ได้ลงเล่นฟุตบอลยูโรเป็นครั้งแรกจนถึงยูโร 2020 เขาสามารถทำประตูได้ในทุกครั้ง

 

และเหนือสิ่งอื่นใด 2 ประตูที่คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ทำได้ในเกมที่ทีมชาติโปรตุเกสเสมอทีมชาติฝรั่งเศส 2 –2 กลายเป็นประตูที่ 108 และ 109 ของเขาในนามทีมชาติ ทำให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้กลายเป็นผู้เล่นที่ทำประตูได้มากที่สุดในระดับทีมชาติเทียบเท่ากับ อาลี ดาอีตำนานกองหน้าทีมชาติอิหร่าน ขออีกเพียงประตูเดียว คริสเตียโน่ โรนัลโด้จะกลายเป็นนักฟุตบอลที่ทำประตูในระดับทีมชาติมากที่สุดตลอดกาล

ผลการแข่งขันพรีเมียร์ลีก

Latest posts