September 17, 2021

5 เกมส์แห่งความทรงจำระหว่าง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ กับ เชลซี | TunGame

5 เกมส์แห่งความทรงจำ | ทันเกม

เปลี่ยนบรรยากาศกลับมาที่ฟุตบอลลีกอีกครั้งหลังผ่านเกมส์ยุโรปไปเมื่อช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมาซึ่งบิ๊กแมทช์ประจำศึกพรีเมียร์ลีกนัดที่ 5 คงหนีไม่พ้นศึกลอนดอนดาร์บี้แมทช์ระหว่างไก่เดือยทองท็อตแน่มฮ็อทสเปอร์ที่ต้องเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของทีมฟอร์มแรงอย่างสิงโตน้ำเงินครามเชลซีในค่ำคืนวันอาทิตย์นี้ดังนั้นเพื่อเป็นการเรียกย่อยน้ำก่อนเกมส์คู่นี้จะแข่งขัน ทันเกม จะพาไปย้อนรอย 5 แมทช์สุดคลาสสิคที่ 2 ทีมประจำเมืองหลวงได้สร้างความทรงจำไว้ให้แฟนบอลกัน

 

1.   ท็อตแน่มฮ็อทสเปอร์ 2 เชลซี 1: ลีกคัพ นัดชิงชนะเลิศ ฤดูกาล 2007/2008

แชมป์ครั้งสุดท้ายที่ทีมไก่เดือยทองได้เกิดขึ้นเมื่อ13 ปีที่แล้วหลังพวกเขาคว้าแชมป์ลีกคัพด้วยการพลิกแซงชนะเชลซีในยุคของอัฟราม แกรนท์ ได้ 2-1 จากลูกโหม่งประตูชัยของกองหลังกระดูกเปราะอย่างโจนาธาน วู้ดเกต ในช่วงต่อเวลาพิเศษ ซึ่งการคว้าแชมป์ลีกคัพในปีนั้นถือเป็นการคว้าแชมป์ครั้งที่4 ของสโมสรในถ้วยนี้

 

ในส่วนของเชลซีเองการแพ้ในเกมส์ดังกล่าวส่งผลให้โอกาสในการลุ้น 4 แชมป์ของทีมจบลงโดยปริยายซึ่งในฤดูกาลนั้นทีมสิงห์ไฮโซจบด้วยการเป็นรองแชมป์พรีเมียร์ลีกและยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกแบบสุดชอกช้ำรวมถึงตกรอบเอฟเอ คัพ แบบสุดช็อคด้วยการแพ้ทีมอย่าง บาร์นสลี่ย์ ในรอบก่อนรองชนะเลิศ

 

2.   ท็อตแน่มฮ็อทสเปอร์ 4 เชลซี 4: พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2007/2008

ทั้ง 2 สโมสรโคจรกลับมาเจอกันอีกครั้งหลังเพิ่งปะทะกันไปในสมรภูมิลีกคัพไม่ถึง1 เดือนก่อนหน้าซึ่งการเจอกันในรอบนี้นักเตะของทั้ง 2 ทีมก็ใส่กันแบบจัดเต็มเหมือนในเกมส์ก่อนหน้าหรืออันที่จริงอาจจะดุเดือดกว่าด้วยซ้ำ

 

โดยนักเตะที่ยิงได้ในเกมส์ลีกคัพทั้งดิดิเย่ร์ ดร็อกบา, ดิมิทาร์เบอร์บาตอฟ และ โจนาธานวู้ดเกต ต่างก็มีชื่อเป็นผู้ทำประตูในเกมส์นี้ทั้งหมด นอกจากนี้นักเตะอย่าง โจโคล, ไมเคิ่ลเอสเซียง และ ทอม ฮิดเดิลสตัน ยังช่วยเพิ่มประตูให้ทั้งสองทีมเสมอกัน3-3ก่อนเข้าช่วง 10 นาทีสุดท้าย

 

อย่างไรก็ตามลูกยิงเบิ้ลของโจ โคล ในนาทีที่ 80 และลูกปั่นโค้งสุดสวยโกงความตายของร็อบบี้ คีน ในช่วงก่อนหมดเวลา 2 นาทีก็ทำให้ผลการแข่งขันจบลงด้วยการเสมอกันไปแบบสุดมันส์ด้วยสกอร์4-4ซึ่งถึงแม้จะคว้าแชมป์ลีกคัพได้ในฤดูกาลดังกล่าวแต่ขุนพลไก่เดือยทองถือว่ามีฤดูกาล2007/2008 ที่น่าผิดหวังในพรีเมียร์ลีกหลังจบฤดูกาลด้วยอันดับ11

 

3.   ท็อตแน่มฮ็อทสเปอร์ 2 เชลซี 4: พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2012/2013

ไฮไลท์ของเกมส์ดังกล่าวคือการที่กุนซือหนุ่มของสเปอร์ในขณะนั้นอย่างอังเดร วิลลาส-โบอาส ได้โอกาสกลับมาเจอทีมเก่าอย่างเชลซีเป็นครั้งแรกหลังกุนซือชาวโปรตุกีสโดนไล่ออกหลังรับตำแหน่งกับทีมสิงโตน้ำเงินครามเพียง9 เดือนซึ่งผลการแข่งขันในเกมส์นี้ก็ต้องทำให้เขาต้องชอกช้ำใจอีกครั้ง

 

เพราะถึงแม้ว่าลูกทีมของตนจะกลับมาพลิกแซงเชลซีได้2-1จาก วิลเลี่ยม กัลลาส และ เจอร์เมนเดโฟ ในช่วงต้นครึ่งหลัง แต่ด้วยความยอดเยี่ยมของ ฆวน มาต้า ที่ซัด 2ประตู ในช่วง 3 นาที บวกกับอีกหนึ่งประตูของ แดเนี่ยลสเตอร์ริดจ์ ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บก็ทำให้ทีมแชมป์ยุโรปในฤดูกาลก่อนหน้าบุกไปเอาฝังท็อตแน่มฮ็อทสเปอร์ 2-4

 

หลังจากนั้น 14 เดือน อังเดร วิลลาส-โบอาส ก็โดนปลดออกจากการเป็นผู้จัดการทีมหลังพาสเปอร์แพ้เละเทะกับทีมอย่างแมนเชสเตอร์ ซิติ้ ไป 6-0 ที่เอติฮัดสเตเดี้ยม และ ลิเวอร์พูลไป 0-5 คา ไวท์ ฮาร์ทเลน

 

4.   ท็อตแน่มฮ็อทสเปอร์ 5 เชลซี 3: พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2014/2015

เป็นการเฉลิมฉลองค่ำคืนปีใหม่ที่ยอดเยี่ยมมากๆสำหรับทีมไก่เดือยทองหลังเปิดบ้านเอาชนะเชลซีของ โชเซ่ มูรินโญ่ ไปได้ถึง 5-3 ซึ่งชัยชนะดังกล่าวทำให้ทีมของ เมาริซิโอโปเช็ตติโน่ ในขณะนั้นเป็นเพียงทีมที่ 2 ที่ยิงใส่ทีมของกุนซือ เดอะ สเปเชี่ยล วัน ได้ถึง5 ประตู

 

นอกจากนี้เกมส์ดังกล่าวยังถือเป็นเกมส์แจ้งเกิดของแฮร์รี่ เคน เลยก็ว่าได้หลังทำผลงานได้อย่างโดดเด่นด้วยการทำไป 2 ประตูกับอีก 1 แอสซิสต์

 

ในขณะที่เชลซีเองหลังจากพ่ายแพ้ในเกมส์นั้นพวกเขาก็ได้ปรับสไตล์การเล่นไปเน้นเกมส์รับตามที่ โชเซ่ มูรินโญ่ ถนัดซึ่งพลพรรคสิงโตน้ำเงินครามจบฤดูกาลด้วยการเป็นทีมที่เสียประตูน้อยที่สุดในลีกรวมถึงเข้าป้ายคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนั้นไปครอง

 

5.   เชลซี 2 ท็อตแน่มฮ็อทสเปอร์ 2 :พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2015/2016

สเปอร์ของ เมาริซิโอโปเช็ตติโน่ ในฤดูกาล 2015-2016 ก้าวขึ้นมาท้าชิงแชมป์พรีเมียร์ลีกแข่งกับเลสเตอร์ ซิติ้ ซึ่งโจทย์ของทีมไก่เดือยทองคือต้องเอาชนะใน 3 เกมส์สุดท้ายให้ได้ทั้งหมด

 

อย่างไรก็ตามความฝันของพวกเขาก็พังทลายตั้งแต่ด่านแรกหลังพวกเขาทำได้แค่บุกไปเสมอเชลซีที่ฟอร์มย่ำแย่อย่างมากในฤดูกาลนั้นด้วยสกอร์2-2ทั้งๆที่ออกนำไปก่อน 0-2 ในครึ่งแรกจาก แฮร์รี่ เคน และ ซนฮึง-มิน

 

อีกทั้งเกมส์ดังกล่าวยังเข้าขั้นเดือดสุดๆหลังมีการเข้าปะทะกันอย่างรุนแรงในระหว่างเกมส์ส่งผลให้นักเตะไก่เดือยทองโดนใบเหลืองไปถึง9 คนซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก

 

นอกจากนี้หลังจบเกมส์ก็ยังเกิดเหตุชุลมุนโดยนักเตะทั้ง2 ทีมมีการกระทบกระทั่งกันหลังมิเชล ฟอร์ม ผู้รักษาประตูสำรองของท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เข้าไปหาเรื่อง ดิเอโก้คอสต้า กองหน้าพันธุ์ดุที่ดูแสดงอาการดีใจเกินเบอร์  

 

ท้ายที่สุดจากผลเสมอนี้ก็ทำให้ทีมจิ้งจอกสยามคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้แบบเหนือความคาดหมายและเป็นแชมป์ที่น่าจดจำที่สุดทีมหนึ่งในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผลการแข่งขันพรีเมียร์ลีก

Latest posts