June 28, 2021

3 แมทช์แห่งความขมขื่นที่ ทีมชาติเยอรมัน ทำกับ ทีมชาติอังกฤษ | TunGame

3 แมทช์ประวัติศาสตร์ที่ ทีมชาติเยอรมันทำกับทีมชาติอังกฤษ | ทันเกม
2 mins

3 แมทช์แห่งความขมขื่นที่ทีมชาติเยอรมัน ทำกับทีมชาติอังกฤษ

เริ่มต้นกันแล้วสำหรับรอบ16 ทีมสุดท้ายของศึกยูโร 2020 ซึ่งหนึ่งในบิ๊กแมทช์ที่แฟนบอลทั่วโลกต่างตั้งหน้าตั้งตารอชมก็คงหนีไม่พ้นการปะทะกันระหว่างคู่รักคู่แค้นตลอดกาลแห่งวงการลูกหนังอย่าง ทีมชาติอังกฤษ ที่จะต้องดวลกับ ทีมชาติเยอรมัน ณ สนามเวมบลี่ย์ซึ่งถ้าว่ากันตามตรง ในช่วงประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาเหล่าขุนพลอินทรีเหล็กได้สร้างความคับแค้นใจให้กับทีมชาติอังกฤษ และแฟนบอลของพวกเขาอยู่มากเลยทีเดียวดังนั้นเพื่อเป็นการเรียกน้ำย่อยก่อนเกมส์ในค่ำคืนวันพรุ่งนี้ ทันเกมอยากจะเล่าถึง 3 แมทช์ที่ทีมชาติเยอรมัน ทำแสบไว้กับเหล่าขุนพลและแฟนบอลสิงโตคำรามกัน  

1.   ฟุตบอลโลกปี1990 รอบรองชนะเลิศ: ทีมชาติอังกฤษ 1 ทีมชาติเยอรมันตะวันตก 1 (ชนะจุดโทษ)

ฟุตบอลโลกปี 1990 ณ ประเทศอิตาลี ถือเป็นทัวร์นาเมนต์ที่ทำให้ฟุตบอลอังกฤษกลับมามีชิวิตชีวาอีกครั้งหลังจากในช่วงทศวรรษที่ 80 วงการลูกหนังเมืองผู้ดีเข้าขั้นตกต่ำสุดขีดจากปัญหาต่างๆ เช่น จากแฟนบอลฮูลิแกนที่ถือเป็นปัญหาใหญ่ระดับประเทศรวมถึงจากผลงานในสนามของทีมชาติที่ไม่ค่อยจะสู้ดีนักในช่วงเวลาดังกล่าว

 

อย่างไรก็ตาม ความเลวร้ายในยุค 80 ได้ถูกลบไปด้วยความยอดเยี่ยมของเหล่าขุนพล ทรีไลอ้อนส์ ที่สามารถฝ่าฟันเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศของศึกฟุตบอลโลกฉบับเมืองมักกะโรนีได้โดยในรอบนั้น ทีมชาติอังกฤษ ของ เซอร์ บ๊อบบี้ ร็อบสัน ต้องเข้าไปพบกับ ทีมชาติเยอรมันตะวันตกภายใต้การคุมทีมของอดีตตำนานของชาติอย่าง ฟร้านซ์ เบ็คเคนเบาเออร์

 

ซึ่งเกมส์การแข่งขันที่ สนามเดลเล่ อัลปิในวันนั้น ล่วงเลยไปถึงการยิงจุดโทษ หลังจากเสมอกันไป 1-1 ในช่วงเวลาปกติ และท้ายที่สุดก็เป็นทีมชาติเยอรมันตะวันตก ที่ยิงเป้าได้แม่นกว่า โดย คริส วอดเดิ้ล ปีกจอมพริ้ว และ สจ๊วร์ตเพียร์ซ แบ็คซ้ายตีนระเบิดเป็นนักเตะ 2 คน ของสิงโตคำรามที่ยิงจุดโทษไม่เข้า ในขณะที่ 4วันให้หลังจากนั้น ขุนพลอินทรีเหล็กสามารถก้าวขึ้นไปคว้าแชมป์โลก ด้วยการเอาชนะ ทีมชาติอาร์เจนติน่า ที่นำทัพโดยดีเอโก้ มาราโดน่า ได้ 1-0

2.   ฟุตบอลยูโรปี1996 รอบรองชนะเลิศ: ทีมชาติอังกฤษ 1 ทีมชาติเยอรมัน 1 (ชนะจุดโทษ)

6ปีต่อมา ทีมชาติอังกฤษกลับมามีความหวังในทัวร์นาเมนต์ใหญ่อีกครั้งหลังจากในรอบนี้พวกเขาได้โอกาสจัดการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปหรือ ยูโรในปี 1996 โดยถือเป็นครั้งแรกในรอบ30 ปี สำหรับเมืองผู้ดีที่ได้จัดมหกรรมฟุตบอลระดับนานาชาตินับตั้งแต่ปี1966 ซึ่งเป็นปีที่พวกเขาคว้าแชมป์โลกดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจว่าแฟนบอลในประเทศต่างคาดหวังให้ทีมชาติของพวกเขาคว้าแชมป์ในบ้านของตนเองได้เหมือนเมื่อ 30 ปีที่แล้ว

 

อันที่จริงด้วยฟอร์มการเล่นของ ทีมชาติอังกฤษในยูโร 96 ก็ทำให้แฟนบอลทั้งประเทศฝันถึงการเป็นที่1 แห่งทวีปยุโรปได้เหมือนกันหลังจากจัดการเพื่อนบ้านอย่าง ทีมชาติสก็อตแลนด์ และถล่ม ทีมชาติฮอลแลนด์ไปได้ในรอบแบ่งกลุ่ม นอกจากนี้ การเอาชนะในการดวลจุดโทษได้เป็นครั้งแรกกับทีมชาติสเปน ในรอบก่อนรองชนะเลิศก็ยิ่งจุดประกายความหวังให้กับคนทั้งชาติว่าประวัติศาสตร์จะไม่ซ้ำรอยเหมือนกับตอนฟุตบอลโลกปี1990

 

อย่างไรก็ตาม ภาพจากเมืองตูรินก็กลับมาหลอกหลอนพวกเขาอีกครั้งด้วยน้ำมือของ ทีมชาติเยอรมัน เจ้าเดิม หลังจากเสมอกันในเวลาด้วยสกอร์ 1-1 และการตัดสินก็ถูกวัดด้วยการดวลลูกโทษเหมือนเมื่อ6 ปีที่แล้วซึ่งการยิงจุดโทษ 5 คนแรก ทั้ง 2ทีมต่างยิงเข้ากันหมดแต่พอมาถึงคนที่ 6 ทีมชาติอังกฤษดันยิงไม่เข้า ซึ่งคนที่พลาดก็คือ แกเร็ธ เซาธ์เกต ผู้จัดการทีมชาติคนปัจจุบันนั่นเอง ส่วนขุนพลอินทรีเหล็กก็สามารถคว้าแชมป์ยูโร96 ไปได้ เหมือนเป็นการฉายภาพซ้ำจากเหตุการณ์เมื่อปี1990

 

3.   ฟุตบอลโลกปี 2010 รอบ 16 ทีมสุดท้าย: ทีมชาติอังกฤษ 1 ทีมชาติเยอรมัน 4

ถ้าดูจากผลการแข่งขัน ทุกคนคงคิดว่าทีมชาติเยอรมัน สามารถต้อน ทีมชาติอังกฤษ ไปได้อย่างสบายๆ แต่อันที่จริงแมทช์นี้มีรายละเอียดที่น่าสนใจอยู่ซึ่งส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในวงการฟุตบอลจนถึงปัจจุบัน

 

โดยในเกมส์นั้น ขุนพลอินทรีเหล็กภายใต้การคุมทีมของ โยอาคิม เลิฟ ออกนำไปก่อน 0-2 จาก มิโรสลาฟ โคลเซ่ และ ลูคัส โพดอลสกี้ อย่างไรก็ตาม แมทธิว อัพสันกองหลังของทีมสิงโตคำราม โหม่งตีตื้นเป็น 1-2 และอันที่จริง ทีมชาติอังกฤษ ควรได้ประตูตีเสมอจากแฟรงค์ แลมพาร์ด หลังจากที่เขาส่งลูกบอลข้ามเส้นประตูไปแล้วก่อน มานูเอล นอยเออร์จะควักลูกบอลออกมา อย่างไรก็ตาม กรรมการรวมถึงผู้กำกับเส้นมองไม่เห็นและปฏิเสธลูกยิงของตำนานเชลซี ดังนั้นถ้าลูกยิงของ แลมพาร์ด เป็นประตู ผลการแข่งขันอาจไม่ได้จบลงด้วยความปราชัยของเหล่าขุนพลทรีไลอ้อนส์ก็เป็นได้  

 

หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าวก็ส่งผลให้มีการพูดคุยถึงการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการตัดสินจนกระทั่งเป็นที่มาของ เทคโนโลยีโกลไลน์ ที่จะเข้ามาช่วยกรรมการในการตัดสินว่าลูกไหนเป็นประตูหรือไม่เป็นประตูซึ่งท้ายที่สุดเทคโนโลยีนี้ก็ถูกนำมาใช้เป็นครั้งแรกในปี 2013

 

และนี่ก็เป็นเรื่องราวความขมขื่นที่ทีมชาติอังกฤษ ต้องเจอเมื่อพบกับ ทีมชาติเยอรมัน ดังนั้นเราต้องมาดูกันว่าสิงโตคำรามจะสามารถล้างแค้นขุนพลเมืองเบียร์บนเวทีทัวร์นาเมนท์ใหญ่ได้หรือไม่หรือจะเป็นพวกเขาที่โดนยำแค้นอีกครั้ง เกมส์ในคืนวันอังคารนี้จะเป็นคนให้คำตอบ    

ผลการแข่งขันพรีเมียร์ลีก

Latest posts