August 8, 2021

16 การทำลายสถิติค่าตัวนักเตะ “พรีเมียร์ลีก อังกฤษ” | TunGame

แจ๊ค กรีลิช ค่าตัว 100 ล้านปอนด์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ | ทันเกม

การเซ็นสัญญา “แจ๊ค กรีลิช” ไปร่วมทัพ “แมนเชสเตอร์ ซิตี้” ด้วยค่าตัว 100 ล้านปอนด์ กลายเป็น “สถิติการซื้อตัวนักเตะที่แพงที่สุดในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ” ไปเป็นที่เรียบร้อย

นับตั้งแต่ “พรีเมียร์ลีกอังกฤษ” มีการจัดตั้งขึ้นในปี 1992 ได้มีการทำลายสถิติค่าตัวนักเตะไปแล้ว 16 ครั้ง

เรามาดูกันว่า “16 การทำลายสถิติค่าตัวนักเตะ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ” มีใครกันบ้าง?

 

1. อลัน เชียเรอร์ ( เซาธ์แฮมป์ตัน ไป แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ปี1992, ค่าตัว 3.6 ล้านปอนด์)

 

การคว้าตัว อลัน เชียเรอร์ ไปร่วมทัพ แบล็คเบิร์นโรเวอร์ส ถือเป็นหนึ่งในดีลที่คุ้มค่าที่สุดในประวัติศาสตร์ พรีเมียร์ลีกอังกฤษ เพราะ เชียเรอร์ ได้สถาปนาตัวเองจากดาวรุ่งวัย 21 ปีสู่ดาวยิงแห่งเวทีพรีเมียร์ลีก อังฤษ ได้ทันทีการันตีด้วยผลงาน 112 ประตู จาก 138 นัดในลีกตลอด4 ฤดูกาลที่เขาอยู่กับทีม และที่สำคัญที่สุดคือการพาทีม แบล็คเบิร์นโรเวอร์ส คว้า แชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 1994/1995

 

2. รอย คีน ( น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ไป แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปี 1993, ค่าตัว 3.75 ล้านปอนด์ )

 

เดิมที รอย คีน ได้ตกลงจะย้ายไปร่วมทัพ แบล็คเบิร์นโรเวอร์ส เป็นที่เรียบร้อย ด้วยค่าตัว 4 ล้านปอนด์แต่ด้วยความล่าช้าและความผิดพลาดทางเอกสาร ทำให้ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสันฉวยโอกาสปาดหน้าคว้าตัวกลองกลางเนื้อหอมคนนี้เข้าสู่ถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ดได้สำเร็จกลายเป็นที่มาของตำนานกัปตันผู้เป็นแบบอย่างในความทุ่มเทและจงรักภักดีให้กับสโมสร แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ให้กับนักฟุตบอลรุ่นหลัง

 

3. แอนดี้ โคล ( นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ไป แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดปี 1995, ค่าตัว 7 ล้านปอนด์)

 

แอนดี้ โคล กำลังไปได้สวยกับนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 1994/1995 แต่แล้วเขากลับถูกปล่อยตัวในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะหน้าหนาวเพราะเจ้าตัวไปมีปัญหากับ เควิน คีแกน ที่เป็นเทรนเนอร์ของทีมสาลิกาดง อยู่ขณะนั้นการปล่อยตัว โคล ออกจากทีมสร้างความไม่พอใจให้แกแฟนบอลอย่างมากที่ทีมขายดาวยิงผู้เป็นที่รักออกไป

 

แอนดี้ โคลกลายเป็นผู้เล่นหลักของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในทันทีที่ย้ายเข้าสู่ถิ่นโอล แทรฟฟอร์ด และปีที่น่าจดจำที่สุดหนีไม่พ้น ฤดูกาล 1998/1999 ที่เขาจับคู่กับคู่หูกองหน้าอย่าง ดไวท์ยอร์ค ช่วยกันประสานงานไล่ล่าประตูและพา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเป็นทีมแรกในยุโรปที่สามารถคว้า ทริปเปิ้ล แชมป์ ไปครองได้สำเร็จ กวาดทั้ง พรีเมียร์ลีกอังกฤษ, เอฟเอ คัพ, และ ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก

 

4. เดนนิส เบิร์กแคมป์ ( อินเตอร์ มิลาน ไป อาร์เซน่อล ปี 1995, ค่าตัว 7.5 ล้านปอนด์ )

 

แม้จะไม่ใช่กองหน้าที่ทำประตูถล่มทลายแต่ เดนนิส เบิร์กแคมป์นั้นถูกยกย่องให้เป็นหนึ่งในตำนานกองหน้าที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ พรีเมียร์ลีกอังกฤษ ด้วยความชาญฉลาดและเทคนิคการเล่นฟุตบอลอันสวยงามของเขา โดยตลอดระยะเวลา11 ฤดูกาลของ เบิร์กแคมป์ กับ อาร์เซน่อลเขาทำประตู 120 ประตูจาก 423 นัดรวมทุกรายการและเป็นหนึ่งในขุนพลหลักให้ทีมปืนใหญ่ชุดประวัติศาสตร์ แชมป์ไร้พ่ายพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2003/2004

 

5. สแตน คอลลีมอร์ ( น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ไป ลิเวอร์พูล ปี 1995, ค่าตัว 8.5 ล้านปอนด์ )

 

ด้วยฟอร์มอันร้อนแรงของเขากับ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ทำให้ครั้งหนึ่ง สแตน คอลลีมอร์ เคยตกเป็นเป้าหมายของ เซอร์ อเล็กซ์เฟอร์กูสัน ก่อนที่สุดท้ายจะเป็นทีมคู่อริตลอดกาลอย่าง ลิเวอร์พูล ที่คว้าตัวคอลลีมอร์ ไปร่วมทีมได้

 

แม้จะมีฤดูกาลแรกที่ไม่เลวเลยกับ ลิเวอร์พูล แต่ด้วยปัญหาด้านพฤติกรรมนอกสนามทำให้ สแตน คอลลีมอร์ ไม่สามารถยึดตัวหลักของทีมได้ต่อในฤดูกาลที่สองก่อนจะถูกปล่อยตัวออกจากถิ่นแอนฟิลด์ หลังจากที่ได้มาค้าแข้งเพียง 2 ปีเท่านั้น

 

6. อลัน เชียเรอร์ ( แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ไป นิวคาสเซิ่ลยูไนเต็ด ปี 1996, ค่าตัว 15 ล้านปอนด์)

 

อลัน เชียเรอร์ กลายเป็นผู้เล่นที่ทำลายสถิตินักเตะค่าตัวแพงในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ อีกครั้ง โดยครั้งนี้เขาตัดสินใจย้ายไปร่วมทีมรักในดวงใจของเขาอย่างนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัว 15 ล้านปอนด์ที่ถือว่าเป็นค่าตัวสถิติโลกในขณะนั้นเลยทีเดียว

 

แม้ อลัน เชียเรอร์ จะไม่สามารถพาทีมรัก นิวคาสเซิ่ลยูไนเต็ด คว้าแชมป์ได้เลยช่วง 10 ฤดูกาลที่เขารับใช้สโมสรแต่เจ้าตัวก็ไม่เคยคิดเสียใจที่ปฏิเสธทีมอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเพื่อมารับใช้ทีมเมืองเกิดของเขา พร้อมฝากผลงานส่วนตัวด้วยการซัดไป 206 ประตูจาก 405 เกมทุกรายการที่เขาลงเล่นให้กับ นิวคาสเซิ่ลยูไนเต็ด จารึกชื่อเป็นตำนานกองหน้าที่ดีที่สุดตลอดกาลของสโมสรและฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

 

7. ริโอ เฟอร์ดินานด์ ( เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ไป ลีดส์ ยูไนเต็ดปี 2000, ค่าตัว 18 ล้านปอนด์)

 

การย้ายตัวของ ริโอ เฟอร์ดินานด์ ในครั้งนี้ทำให้เขาเป็นผู้เล่นในตำแหน่งกองหลังที่มีค่าตัวแพงที่สุดในโลกณ ขณะนั้น เฟอร์ดินานด์ ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมตั้งแต่ฤดูกาลแรกที่ค้าแข้งให้กับลีดส์ ยูไนเต็ดจนได้รับมอบหมายให้เป็นกัปตันทีมคนใหม่ของทีมทันทีในฤดูกาลต่อมาแต่ด้วยปัญหาทางการเงินที่ ลีดส์ ยูไนเต็ด ต้องเผชิญในขณะนั้นทำให้สุดท้าย ริโอเฟอร์ดินานด์ ถูกปล่อยตัวออกจากทีมเพื่อแลกกับเงินก้อนโตหลังจากรับใช้ทีมได้เพียง 2 ฤดูกาล

 

8. รุด ฟาน นิสเตลรอย ( พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น ไป แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ปี 2001, ค่าตัว 19 ล้านปอนด์)

 

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า รุด ฟาน นิสเตลรอย คือกองหน้าที่อันตรายที่สุดคนนึงในยุโรประหว่างที่เขาค้าแข้งในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด การันตีด้วยผลงานส่วนตัวอย่าง ดาวซัลโว ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 3สมัย, ดาวซัลโวพรีเมียร์ลีก อังกฤษ 1 สมัย, และผู้เล่นยอดเยี่ยมพีเอฟเอ 1 สมัย โดยตลอดระยะเวลา 5 ฤดูกาลที่เขาเล่นให้กับ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ฟาน นิสเตลรอย ทำไปถึง 150 ประตูจาก 219นัดในทุกรายการ ช่วยทีมปีศาจแดงคว้า แชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 1สมัย, แชมป์ เอฟ เอ คัพ 1 สมัย

 

9. ฮวน เซบาสเตียน เวรอน ( ลาซิโอ้ ไป แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปี2001, ค่าตัว 28 ล้านปอนด์)

 

ด้วยลวดลายและฝีเท้าที่เขาฝากผลงานไว้ใน กัลโช่ เซเรียอา กับ ลาซิโอ้ และค่าตัวที่ถือว่ามหาศาลในตอนนั้นทำให้เหล่าสาวกปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต่างคาดหวังกับการมาของ ฮวนเซบาสเตียน เวรอน อย่างมาก แต่ท้ายที่สุดดีลนี้กลับกลายเป็นหนึ่งในการซื้อตัวที่แย่ที่สุดของเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เมื่อ เวรอน ไม่สามารถปรับตัวเข้ากับฟุตบอล พรีเมียร์ลีกอังกฤษ ได้เลย จนท้ายที่สุด แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องปล่อยตัวเขาไปให้ เชลซีด้วยค่าตัวเพียง 13 ล้านปอนด์หลังจากที่ใช้งาน เวรอน ไปเพียง 2ปีเท่านั้น

 

10. ริโอ เฟอร์ดินานด์( ลีดส์ ยูไนเต็ด ไป แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปี 2002, ค่าตัว 29 ล้านปอนด์ )

 

ริโอ เฟอร์ดินานด์ ทำลายสถิติการซื้อตัวที่แพงที่สุดใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เป็นครั้งที่ 2 รวมไปถึงสถิติการเป็นกองหลังที่ค่าตัวแพงที่สุดในโลก ณขณะนั้นอีกด้วย แต่กับเงิน 29 ล้านปอนด์ที่ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ได้จ่ายไปเพื่อคว้าตัว เฟอร์ดินานด์ มานั้นเรียกได้ว่าคุ้มค่าทุกสตางค์เพราะ ริโอ เฟอร์ดินานด์กลายเป็นหัวใจในแนวรับให้กับสโมสรถึง 12 ปี ช่วยทีมกวาดแชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษ 6 สมัย และแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก 1 สมัยขึ้นหิ้งเป็นหนึ่งในตำนานกองหลังที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสรและพรีเมียร์ลีกอังกฤษ

 

11. อังเดรเชฟเชนโก้ ( เอซี มิลาน ไป เชลซี ปี 2006, ค่าตัว 30.8 ล้านปอนด์ )

 

คงไม่ต้องบรรยายถึงสรรพคุณว่า อังเดร เชฟเชนโก้นั้นสุดยอดแค่ไหนช่วงที่เขาเล่นให้กับ เอซี มิลาน จนเสี่ยหมี โรมันอบราโมวิช ยอมทุ่มเงินถึง 30 ล้านปอนด์เพื่อเซ็นเขาเข้าสู่สโมสรเชลซี แต่อังเดร เชฟเชนโก้ ดันมาแต่ตัวแต่ลืมพกฟอร์มอันดุร้ายมาด้วย เขากลายเป็นนักเตะที่น่าเสียดายเงินที่สุดคนนึงในยุคของเสี่ยหมีและไม่สามารถเฉิดฉายในเวทีพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้แม้แต่น้อย

 

12. โรบินโญ่ ( รีล มาดริด ไป แมนเชสเตอร์ซิตี้ ปี 2008, ค่าตัว 32.5 ล้านปอนด์)

 

ความฮือฮาของดีลนี้มีอยู่ว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ประกาศเรื่องการคว้าตัว โรบินโญ่ ด้วยค่าตัวสถิติ พรีเมียร์ลีก อังกฤษในวันเดียวกันกับที่ประกาศการมาของเจ้าของสโมสรคนใหม่อย่าง ชีคห์ มันซูร์ เหมือนเป็นการโชว์พาวเวอร์ของเจ้าของคนใหม่ว่าเขามาเพื่อเปลี่ยนแปลงทีมๆนี้ซึ่งตอนแรก โรบินโญ่ ได้ตกลงปลงใจไปร่วมทีม เชลซี เป็นที่เรียบร้อย ก่อนที่ชีคห์ มันซูร์ จะปาดหน้าทุ่มเงินคว้าเขามาครองแต่น่าเสียดายที่ดีลอันฮือฮานี้ไม่ได้คุ้มค่าดั่งหวังโดย โรบินโญ่ ค้าแข้งในถิ่น แมนเชสเตอร์ซิตี้ ได้เพียงปีครึ่งเท่านั้นก่อนจะแยกทางกันไป ส่วน ชีคห์ มันซูร์ก็เดินหน้านำความสำเร็จมาให้ทีมได้จนถึงปัจจุบัน

 

13. เฟร์นานโด ตอร์เรส ( ลิเวอร์พูล ไป เชลซี ปี 2010, ค่าตัว 50 ล้านปอนด์ )

 

เฟร์นานโด ตอร์เรส ต้องการย้ายออกจากถิ่นแอนฟิลด์เพื่อโอกาสในการคว้าแชมป์ และ โรมันอบราโมวิช ก็พร้อมทุ่มเงินเพื่อคว้าเขามาอยู่ในมือของ เชลซี แต่แล้วตอร์เรส ก็มาสามารถทำผลงานได้ร้อนแรงเหมือนตอนอยู่กับ ลิเวอร์พูลเรียกได้ว่าเงิน 50 ล้านปอนด์ที่เสี่ยหมีจ่ายไปนั้นไม่คุ้มค้าเอาซะเลยแต่สำหรับตัวของ เฟร์นานโด ตอร์เรส ถึงแม้จะไม่ได้อยู่ในฟอร์มที่สุดยอดเหมือนเดิมแต่เขาก็ได้เติมเต็มความต้องการของตัวเองด้วยการคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกฤดูกาล 2011/2012 มาครองร่วมกับเชลซีได้อย่างยิ่งใหญ่

 

14. อังเคล ดิ มาเรีย ( รีล มาดริด ไปแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปี 2014, ค่าตัว 59.7 ล้านปอนด์ )

 

หลังจากที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน วางมือจนทำให้ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ต้องพบกับความล้มเหลวในฤดูกาล 2013/2014 ทีมปีศาจแดงจึงยอมทุ่มเงินมหาศาลเพื่อคว้าตัว อังเคล ดิ มาเรียมาร่วมทัพเพื่อหวังจะทวงความยิ่งใหญ่ให้กลับคืนสู่โรงละครแห่งความฝัน แต่ท้ายที่สุดดีลนี้ได้กลายเป็นฝันร้ายของทั้งสโมสรและนักเตะดิ มาเรีย ไม่สามารถปลดปล่อยความสามารถออกมาได้ในเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ และออกอาการงอแงขอย้ายทีมในช่วงท้ายฤดูกาลทำให้ทั้ง 2 ฝ่ายมีเวลาร่วมกันแค่ 1 ฤดูกาลที่ไม่น่าจดจำเอาซะเลย

 

15. ปอล ป็อกบา ( ยูเวนตุส ไป แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ปี 2016, ค่าตัว 89 ล้านปอนด์)

 

ปอล ป็อกบาถูกดึงตัวกลับสู่ถิ่นโรงละครแห่งความฝันอีกครั้งด้วยค่าตัวที่เป็นสถิติโลก ณตอนนั้น โดยหากจะพูดถึงความสามารถของเขาแล้วคงไม่มีใครปฏิเสธว่ากองกลางแชมป์โลกรายนี้ ฝีเท้าสุดยอดแค่ไหน แต่ปัญหาคือตลอด 5 ฤดูกาลที่ผ่านมา ปอล ป็อกบาไม่สามารถเฉิดฉายหรือสร้างความแต่งต่างให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดได้เท่าที่ควรเลย

 

ตอนนี้แฟนผีแดงได้แต่หวังว่า หาก ปอล ป็อกบาไม่สามารถทำผลงานได้ตามที่หวัง ก็แค่ขออย่าเสียไปเขาฟรีๆเหมือนครั้งแรกก็พอ

 

16. แจ๊ค กรีลิช ( แอสตัน วิลล่า ไปแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ปี 2021, ค่าตัว 100 ล้านปอนด์ )

 

แจ๊ค กรีลิชตัดสินใจย้ายออก แอสตัน วิลล่า สโมสรอันเป็นที่รักของเขาตั้งแต่จำความได้เพื่อตามหาความสำเร็จในฐานะนักฟุตบอลอาชีพกับทีมเรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้

 

เชื่อว่าการมาร่วมทีมเรือใบสีฟ้าจะทำให้ แจ๊ค กรีลิชสมหวังในเรื่องการคว้าแชมป์ไม่มากก็น้อยอย่างแน่นอน เหลือเพียงว่า แจ๊ค กรีลิชจะทำผลงานได้คุ้มค้าตัวที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จ่ายเพื่อคว้าเขามาหรือไม่

ผลการแข่งขันพรีเมียร์ลีก

Latest posts